“แม่ บ้านเราหนาวจัง ทำไมเราไม่ไปอยู่บ้านลุงลู่ล่ะ ที่นั่นอุ่นจะตาย แล้วยังมีน้า ๆ คอยเล่นกับหนูนาด้วย”
หลิวหน่าวัย 5 ขวบยอง ๆ อยู่บนพื้น เอียงศีรษะน้อย ๆ ถามสวีหงเหมย
“เด็กโง่ นั่นเป็นบ้านของลุงลู่ ส่วนที่นี่ต่างหากคือบ้านของเรา ถ้าลุงลู่ไม่รับพวกเรามาทำงาน ป่านนี้คงอดตายไปแล้ว”
สวีหงเหมยจุดไฟ แล้วค่อย ๆ เติมฟืนใต้เตา “พอไฟติด บ้านเราก็อุ่นแล้ว”
แสงไฟส่องให้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของสวีหงเหมย เธอหันไปมองลูกสาวทั้งสอง ก่อนเผยรอยยิ้มอ่อนโยนของคนเป็นแม่
ในใจกลับคิดว่า แค่ลูก ๆ ยังมีชีวิตอยู่ก็ดีเหลือเกิน
“แม่ เสื้อผ้าชุดใหม่นี่อุ่นจัง ขน ๆ ที่อยู่ข้างบน หนูชอบจับมากเลย”
หลิวหนานั่งยอง ๆ มองแม่ก่อไฟ มือเล็ก ๆ ลูบเสื้อที ลูบกางเกงที น่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกิน
“เสื้อของลูก ป้าลู่เอาหนังกระต่ายกับหนังหมาป่ามาทำให้ อุ่นแน่นอนอยู่แล้ว”
“กางเกงตัวน้อยของลูกยิ่งดีใหญ่ ป้าลู่เอาหนังแกะทั้งผืนมาตัดเย็บให้ ป้าลู่รักและเอ็นดูลูก ๆ มาก”
“เอาขนกระต่ายมาเย็บติดกับรองเท้าผ้า แถมยังเสริมหนังกระต่ายไว้ที่พื้นรองเท้าอีกชั้น ตอนนี้เท้าไม่หนาวแล้วใช่ไหม”
สวีหงเหมยปลอบลูกสาวคนเล็ก พลางพูดคุยเป็นเพื่อนเธอ
“แม่ ตอนนี้เท้าหนูไม่หนาวเลย ถุงมือหนังกระต่ายนี่ก็อุ่นมาก แค่หมวกใหญ่ไปหน่อย”
หลิวหนายังเล็ก แค่ได้อยู่กับแม่ก็มีความสุขแล้ว เธอยังไม่เข้าใจความทุกข์ยากในชีวิต รู้เพียงเรื่องหนาวกับอุ่น ที่ไหนสว่าง และใครดีกับเธอ
