“เฮอะ พี่สาม ต่อไปผมจะตั้งใจใช้ชีวิตให้ดี ช่วงนี้ก็ไม่ได้ไปในเมืองเล่นพนันมานานแล้ว ต่อไปก็จะไม่ไปอีก”
การพนันเป็นเรื่องอันตรายมาก ลู่เฟยรู้กลเม็ดของมันดี: พนันสิบครั้งแพ้เก้าครั้ง ต่อให้ตอนนี้มีเงินแล้ว เขาก็ไม่คิดจะไปเล่น
ชาติที่แล้วเขาไม่ได้เล่นมาหลายสิบปีแล้ว เพราะหันไปติดหมากรุกแทน มีคนไม่น้อยชอบชวนลู่เฟยเล่นหมากรุก ที่สำคัญคือฝีมือเขาห่วยเอามาก ๆ
เวลาเล่นกับคนอื่น เขาจะแพ้ตลอด แถมอีกฝ่ายยังชนะเขาแบบเฉียดฉิวทุกครั้ง เลยกลายเป็นว่าใคร ๆ ก็ชอบมาชวนเขาเล่นสักสองสามกระดาน
ลู่เฟยปล่อยวางแล้ว ถึงได้แพ้ทุกกระดานเวลาเล่นหมากรุกกับคนอื่น ต่อให้ชนะได้ก็แกล้งทำเป็นแพ้ เล่นเอาสนุกก็พอ
ซูเจิ้นตงยิ้มแล้วตบไหล่ลู่เฟยเบา ๆ “พี่สามเชื่อแก”
ซูเจิ้นตงมองลู่เฟยไม่ออกแล้ว ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา แต่ตอนนี้ลู่เฟยให้ความรู้สึกว่าเป็นคนพึ่งพาได้ น่าเชื่อถือ แถมยังมั่นใจเต็มเปี่ยม
ความมั่นใจแบบนั้นไม่ใช่สิ่งที่แสร้งทำได้ ความสุขุมก็เช่นกัน
ตอนน้องสาวเอาของมาให้ ซูเจิ้นตงก็แอบสังเกตปฏิกิริยาของลู่เฟยอยู่ตลอด น้องสาวเอาของมาให้ด้วยความมั่นใจและเต็มใจ ไม่จำเป็นต้องคอยดูสีหน้าลู่เฟยก่อนลงมือทำอะไร เรื่องแบบนี้หาได้ยากจริง ๆ
สมัยนี้ผู้ชายเป็นใหญ่ เป็นหัวหน้าครอบครัว บ้านไหน ๆ ก็เป็นเช่นนั้น ท่าทีของลู่เฟยทำให้ซูเจิ้นตงประหลาดใจมาก
ตอนนี้ลู่เฟยโตเป็นผู้ใหญ่ สุขุมมั่นคง พูดคุยกันได้อย่างเท่าเทียมแล้ว
