“ทางนี้ไม่มีถุงให้นะ”
ลู่เฟยเก็บคูปองธัญพืชไว้ แล้วพยักหน้าตกลงแลกเปลี่ยน ก่อนให้อีกฝ่ายไปหาถุงมาใส่เอง
“ผมมีถุงครับ ใส่ถุงนี้ได้เลย”
ชายหนุ่มล้วงถุงสองใบออกมาจากอกเสื้อ รีบยื่นให้ลู่เฟย ราวกับกลัวว่าถ้าช้ากว่านี้อีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ
“น้องรอง ตักให้เขา 27 ชั่ง แบ่งใส่สองถุง”
“คูปองธัญพืชพวกนี้มีประโยชน์กับเรา ต่อไปเวลาออกไปข้างนอก นายกับคนที่บ้านก็พกติดตัวไว้บ้าง”
ลู่เฟยรู้ความคิดของลู่หย่วน น้องชายคงไม่อยากเอาอาหารไปแลกคูปอง เขาจึงยิ้มพลางอธิบายให้ฟัง
“พี่ใหญ่ ผมเข้าใจแล้ว”
ซูจิ้งอี๋รู้สึกหลากหลายปนเปกัน เธอไม่รู้ว่าลู่เฟยมีอาหารอยู่มากแค่ไหน พอเห็นอาหารถูกขายออกไปก็อดเสียดายไม่ได้
แต่เงินกับคูปองที่ได้จากการขายอาหารก็มีประโยชน์เหมือนกัน เธอนึกถึงปีนี้ที่หิมะตกหนัก บ้านเดิมของเธออาจลำบาก อีกทั้งพี่ชายอีกหลายคนก็ยังไม่ได้แต่งงาน
ระหว่างครุ่นคิด ซูจิ้งอี๋รับถุงจากลู่หย่วนมาแล้วเริ่มชั่งน้ำหนัก
หลังชายหนุ่มหิ้วอาหารจากไป ซูจิ้งอี๋ก็รับคูปองธัญพืชที่ลู่เฟยยื่นให้ ความอบอุ่นแผ่ซ่านขึ้นมาในใจ
เมื่อก่อนซูจิ้งอี๋ไม่กล้าหวังอะไรแบบนี้เลย เงินในบ้านอยู่ในมือของลู่เฟยคนเดียว กระเป๋าของเธอไม่เคยมีเงินติดตัว อยากซื้ออะไรก็ต้องขอจากลู่เฟยทุกครั้ง
“น้องรอง เก็บเงินกับคูปองธัญพืชพวกนี้ไว้ อยากใช้ยังไงก็ใช้ ถ้าไม่พอก็บอกพี่”
ในตลาดมืด ลู่เฟยไม่เรียกลู่หย่วนด้วยชื่อ น้องชายคนนี้ไม่เคยมีเงินติดตัว เขาจึงให้เงินส่วนตัวไว้ใช้บ้าง
