“ที่รัก ในโกดังมีฟืนวางอยู่”
ซูจิ้งอี๋จูงลู่เฟยที่กำลังเหม่อลอยเดินเข้าไปข้างใน แล้วใช้ไฟฉายส่องให้สว่าง
“ได้สิ ภรรยาจ๋า ออกไปก่อนนะ”
หลังซูจิ้งอี๋ออกมา ลู่เฟยก็เข้าไปในโกดังแล้วเริ่มวางฟืน เพียง 2 นาทีเขาก็วางฟืนจนเต็มโกดังทั้งหลัง
“ที่รัก ทำไมฟืนเยอะขนาดนี้ล่ะ นี่ไม่ใช่ฟืนที่พวกเราหิ้วมานะ”
ซูจิ้งอี๋มองกองฟืนแห้งสำหรับก่อไฟที่วางจนเต็มโกดัง แล้วเผลอถามออกมา
“พวกนี้เป็นของที่ผมเก็บสะสมไว้ก่อนหน้านี้ พวกเราต้องอยู่ที่นี่ตั้ง 4 เดือนกว่า เอาพวกนี้ออกมาเผาใช้ก่อน ถ้าไม่พอเดี๋ยวผมเติมให้อีก”
ซูจิ้งอี๋ดึงสติกลับมาแล้วพยักหน้า ก่อนหันไปถามลู่เฟยว่า “ที่รัก มีกะละมังเยอะไหม ถ้ามีก็เอาออกมาสักหน่อย เดี๋ยวจะได้ใส่น้ำ”
“เอาโอ่งเปล่าออกมาอีกหน่อยก่อน ยังไม่ต้องใส่น้ำ วางไว้ตรงนี้ ตรงนี้ แล้วก็ตรงนี้”
ลู่เฟยถูกภรรยาจูงอยู่ เขาฟังซูจิ้งอี๋จัดการ แล้ววางโอ่งเปล่าตามที่เธอบอก
“ต้องไปตลาดนัดลับสักเที่ยวแล้ว ไม่มีทั้งเครื่องนอนทั้งเสื่อเตียงเตา ถ้าได้เก้าอี้มาสักหน่อยก็ดี”
“น้องชายกับน้องสาวยืนกินข้าวกันทุกครั้ง ไม่อย่างนั้นก็ต้องยกโต๊ะไปวางติดขอบเตียงเตา ถ้าเปลี่ยนโต๊ะเตียงเตาได้สัก 2 ตัวก็ดีเลย”
หลังลู่เฟยเอาโอ่งกับกะละมังไม้ออกมา ซูจิ้งอี๋ก็เล่าสิ่งของที่ต้องซื้อให้เขาฟัง
“มีเก้าอี้อยู่”
ลู่เฟยพูดจบก็สะบัดมือ เก้าอี้ใหม่เอี่ยม 10 ตัวปรากฏขึ้นตรงหน้า
