“ทุกคนกินข้าวกันก่อน กินเสร็จแล้วพี่ใหญ่จะพาพวกเธอย้ายบ้าน”
ลู่หย่วนซดโจ๊กข้าว มันเหลวเสียจนแทบไม่ข้น ดูท่าภรรยาคงเสียดายข้าวเลยใส่มาน้อย
เดิมทีทุกคนกำลังจะเอ่ยชมโจ๊กข้าวหอมกรุ่น พอได้ยินลู่เฟยพูดเช่นนั้น ต่างก็หันมองเขาพร้อมกันทันที
“หลังคาบ้านเราทั้งสองห้องมีลมรั่ว แถมดูท่าจะถล่มลงมาได้ ตอนนี้เป็นฤดูหนาว ซ่อมแซมก็ไม่ได้ พี่จะพาพวกเธอไปหาที่อยู่ที่ปลอดภัยกว่านี้”
ลู่เฟยรีบอธิบายให้ทุกคนคลายสงสัย จะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านกันไปเอง
ความทรงจำก่อนกลับมาเกิดใหม่ยังคงอยู่ครบ เดือนกุมภาพันธ์จะมีหิมะตกหนัก หลังคาห้องฝั่งตะวันออกกับตะวันตกจะถูกหิมะทับจนพังลงมาทั้งหมด
“กินข้าวกันก่อน กินเสร็จแล้วก็เก็บของใช้จำเป็นของตัวเอง เราจะออกเดินทางกันแต่เนิ่น ๆ”
ลู่เฟยส่งสัญญาณให้ทุกคนกินข้าวก่อน
“พี่ใหญ่ เราจะไปอยู่ที่ไหนกัน ไม่เอาบ้านนี้แล้วหรือ”
ลู่ซิ่วซดโจ๊กไปสองสามคำ วางชามลงแล้วเงยหน้าถามลู่เฟย
“น้องสี่ พี่ทำเพื่อความปลอดภัยของพวกเธอ บ้านนี้เรายังเก็บไว้ พอถึงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า พี่จะหาคนมาซ่อมบ้านใหม่อีกครั้ง”
“นี่เป็นบ้านของเรา แต่ตอนนี้ลมรั่วไปทั่ว ข้างนอกก่อไฟเผาฟืนอยู่ตลอด ข้างในบ้านก็ยังหนาวอยู่ดี”
“สภาพแวดล้อมที่นี่แย่มาก ต่อไปอากาศจะยิ่งหนาวขึ้น ถึงเตียงเตาจะอุ่น แต่พวกเธอคงนอนแช่อยู่บนเตียงเตาทั้งวันไม่ได้หรอก”
ลู่เฟยพูดพลางยิ้ม ก่อนคีบมันฝรั่งหั่นฝอยกินสองสามคำ
มันฝรั่งหั่นฝอยผัดในกระทะใบใหญ่ ใส่เกลือเพียงนิดเดียว ไม่มีแม้แต่น้ำมัน ไม่ใช่ไม่อยากใส่ แต่ที่บ้านไม่มีทั้งน้ำมันถั่วเหลืองและมันหมู
