เซียวเจี้ยนหมินก้มเก็บเงินขึ้นมา ในใจคิดว่า “เสียทั้งหน้า เสียทั้งศักดิ์ศรี แถมยังโดนซ้อมอีก ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือเอาเงินไปโรงพยาบาลรักษาแผลก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง”
เซียวเจี้ยนหมินสวมผ้าพันคออย่างระมัดระวัง แต่เผลอไปโดนแผลจนใบหน้ากระตุกด้วยความเจ็บ ยังดีที่ห้ามเลือดได้แล้ว เขาสวมหมวกกับถุงมือเสร็จ ก็โค้งคำนับลู่เฟยอย่างรู้สึกผิด ก่อนจะหันหลังจากไป
พอออกจากถ้ำ แววตาของเซียวเจี้ยนหมินก็ฉายความอำมหิต เขาวิ่งลงจากเขาพลางคิดในใจว่า “ลู่เฟย หมู่บ้านเสี่ยวเหอ ฉันจำไว้แล้ว คอยดูเถอะ”
เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น จ้าวไห่หยางรู้ดีว่าหวังฮุ่ยเจวียนคงไม่มีทางชอบเขาอีกแล้ว ที่เขาไม่กลับไปพร้อมเซียวเจี้ยนหมินก็เพราะอยากเอาของที่หิ้วมาเมื่อคราวก่อนกลับไปด้วย
ของทั้งหมดวางอยู่บนโต๊ะ ท่ามกลางสายตาของสาว ๆ จ้าวไห่หยางอยากเปิดปากพูดอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าพอ
“พี่หวัง ช่วยเก็บของบนโต๊ะให้หน่อย ในเมื่อพี่ไม่ถูกใจจ้าวไห่หยาง ก็ให้เขาหิ้วของกลับไปเถอะ”
ซูจิ้งอี๋ฉลาดไม่น้อย มองปราดเดียวก็รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน จึงพูดกับหวังฮุ่ยเจวียนพร้อมรอยยิ้ม
แววตาของจ้าวไห่หยางพลันเป็นประกาย ในใจร้องว่า “แม่คุณเอ๊ย ในที่สุดก็มีคนพูดสักที ในเมื่อไม่ชอบฉัน ของพวกนี้ถ้าปล่อยให้พวกเธอกิน ฉันคงเสียดายตาย ส่วนถ้าให้ผู้หญิงอย่างหวังฮุ่ยเจวียนกิน ก็เท่ากับเสียของเปล่า ๆ”
หวังฮุ่ยเจวียนยังสงสัยอยู่ว่า ทั้งที่พูดกับจ้าวไห่หยางชัดเจนแล้ว ทำไมเขายังยืนทื่อไม่ยอมไป ที่แท้ก็เป็นเพราะเรื่องนี้นี่เอง