ลู่เฟยกินข้าวไปชามใหญ่ คนในยุคนี้กินจุกันมาก สาเหตุหลักคือร่างกายมีไขมันน้อย แถมยังอายุน้อยกันด้วย
มันฝรั่ง ผักกาดขาว และวุ้นเส้น ลู่เฟยกินได้อย่างละชาม
“น้องลู่ เดี๋ยวพี่ตักข้าวให้ ในหม้อยังมีอีก กินเยอะ ๆ นะ”
จ้าวตงเหมยเห็นลู่เฟยกินข้าวหมดชาม ก็ยิ้มพลางลุกขึ้นเตรียมตักข้าวให้เขา
“พี่จ้าว ผมอิ่มแล้ว ไม่ต้องลำบากหรอกครับ ช่วงนี้ร่างกายผมอ่อนแอ แถมขาดสารอาหาร กินมากไปก็ไม่ไหว พี่รีบนั่งกินเถอะ ไม่ต้องห่วงผม”
ลู่เฟยเห็นดังนั้นก็หันไปยิ้มให้จ้าวตงเหมย พร้อมโบกมือปฏิเสธ
“ผอมเหมือนไม้เสียบผีขนาดนี้ ทั้งที่ก็ไม่ได้ขาดอาหารบำรุงหรือขาดของกิน แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ?”
หลินเยว่เอ๋อร์หยุดตะเกียบในมือ กะพริบตากลมโต เอียงคอถามด้วยสีหน้าสงสัย
พวกสาว ๆ คนอื่นก็สงสัยเหมือนกัน ทั้งสามคนผอมบางจนดูเหมือนจะล้มได้ทุกเมื่อ จะบอกว่าหิวโหยก็ไม่น่าใช่ เพราะพวกเธอมีทั้งอาหารและของบำรุงไม่น้อย เรื่องนี้ชวนให้คนแปลกใจจริง ๆ
ทุกคนพากันมองลู่เฟยอย่างสงสัย
ลู่เฟยถูกถามจนกระอักกระอ่วน เขาล้วงบุหรี่ออกจากกระเป๋า จุดสูบหนึ่งมวน แล้วจึงยิ้มมองสาว ๆ ที่นั่งอยู่รอบโต๊ะ
“ก่อนหน้านี้ที่บ้านขาดแคลนอาหาร แต่ละวันเลยกินกันน้อยมาก เพิ่งจะดีขึ้นในช่วงนี้เอง”
ลู่เฟยไม่ได้ปิดบัง เขาพูดความจริง เพียงแค่ละรายละเอียดบางอย่างไว้
เมื่อได้ฟัง สาว ๆ ก็พยักหน้าแล้วกินข้าวต่อ ไม่ได้ซักถามอะไรอีก
