โจวกวงได้สติกลับมา จึงแก้ตัวอย่างเก้อเขินว่า “ลายมือของท่านชายเซี่ยช่างเป็นฝีมือระดับครูใหญ่จริง ๆ”
เถาเหมาก็พยักหน้าหงึกหงักตาม เพราะเขาไม่ได้เห็นว่าบนกระดาษที่เก๋อหงหยิบเอาไปนั้นเขียนอะไรเอาไว้
ชั่วขณะนั้นเสียงของต้งเสวียนดังมาแต่ปากถ้ำว่า “ท่านชายออกจากบาทุกาแล้วหรือ ท่านผู้ว่ากับท่านผู้เป็นเจ้าเมืองรอมานานแล้ว”
เซี่ยหงส์ตอบเสียงหัวเราะขุ่นมน “เจ้าสิออกจากคุกก่อนเขาอีกคน”
โจวกวงได้ยินดังนั้นจึงรีบลุกขึ้นทันที เถาเหมาก็เดินตามออกไปติด ๆ กัน เห็นบุรุษหนุ่มงามสง่าผมสยายพลิ้วไหวลู่มาสู่ ตามหลังมีหนุ่มใหญ่ร่างกำยำเดินติดกัน มันคือเจ้าเด็กที่เมื่อวานเพิ่งประกาศตัวว่าเป็นบุตรแห่งไท่ยวนนั่นเอง
เถาเหมากับโจวกวงต่างรู้สึกถดถอยในใจ
ทั้งคู่เกิดจากบ้านจน เคยเทียวแต่ระยิบระยับแบบเช่นเซี่ยหงส์ แม้ต่อให้ฝันก็ยังอยากคบหากับบุรุษแห่งสกุลสูงใหญ่เช่นนี้
โจวกวงในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดกลับรีบกระทำการคารวะเซี่ยหงส์ก่อนเป็นคนแรก พลางยิ้มว่า “ท่านชายเซี่ย ยังทรงจำเราได้หรือไม่”
เซี่ยหงส์ยิ้มรับการคารวะว่า “ลูกเด็กผู้น้อยขอคารวะท่านผู้ว่าและท่านเจ้าเมือง ขอให้ทั้งสองท่านโปรดให้อภัย ลูกเด็กผู้น้อยมิได้ตั้งใจละเลยเลย”
โจวกวงกับเถาเหมาพร้อมเพรียงกันว่าไม่เป็นไร
“เมื่อวานนี้ได้สำรวจใบหน้า มารยาท และปัญญาของท่านชายเซี่ยแล้ว ยามคืนนอนต้องทึ่งจนไม่ได้หลับ ไม่นึกว่าวันนี้จะได้เห็นลายมือของท่านชายอีก ยิ่งทำให้พลิกผันจนหมดสิ้น”
โจวกวงเริ่มเปิดปากประจบประแจงตั้งแต่ต้น จนเถาเหมาเองก็แปลกใจ ท่านผู้ว่านี่มากเกินไปแล้วหรือ
ขณะที่กำลังสนทนากันนั้น เสียงใสเล็กดังมาว่า “พี่เซี่ย พี่เซี่ย เร่งจัดเตรียมปิงซูเร็ว พี่สาวอยากทาน”
