อวิ๋นซิงเหลียวมองเจี่ยนฉุนด้วยสายตาพูดไม่ออก
เธอดูไร้เดียงสาและโง่เข่าขนาดนั้นเลยหรือไง เจี่ยนฉุนถึงได้พูดกับเธอแบบนี้?
แถมเจี่ยนฉุนคนนี้ยังทะเยอทะยานไม่น้อย ถึงกับไม่ยอมเป็นแม้แต่คนรับใช้
ตั้งแต่แรกก็คิดอยากเป็นผู้ช่วยของอวิ๋นซิงเหลียวแล้ว
เพราะคำว่าคนรับใช้ฟังดูไม่ดี ส่วนคำว่า “ผู้ช่วย” ฟังดูหรูหรากว่าเยอะ
อวิ๋นซิงเหลียวเอียงศีรษะนิด ๆ กะพริบดวงตากลมโตใสสะอาดที่เปี่ยมด้วยความไร้เดียงสาและบริสุทธิ์
“แต่ถ้าเธออยู่ข้างฉัน เธอก็ต้องทำงานเหมือนกันนะ ดูสิ ถึงอาของฉันจะตามใจฉันมาก แต่ฉันก็ยังต้องออกไปค้นหาซอมบี้กับเสบียง”
เจี่ยนฉุนดูอายุมากกว่าเสิ่นเจ๋อชวนหลายปี
ใบหน้าของเธอมีความเป็นผู้ใหญ่ของคนที่ผ่านการทำงานในสังคมมาแล้ว
พอได้ยินอวิ๋นซิงเหลียวพูดแบบนั้น แววเยาะเย้ยก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของเจี่ยนฉุน
คุณหนูก็ยังเป็นคุณหนูจริง ๆ ถึงกับมองไม่ออกว่าถนนแถวนี้แตกต่างจากสภาพแวดล้อมข้างนอกอย่างสิ้นเชิง
ก็ไม่แปลก เจี่ยนฉุนเคยได้ยินเสิ่นเจ๋อชวนเล่าว่า แม้คุณหนูจะเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว แต่ก็ไม่สนใจเรื่องรอบตัว เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาเรียนหนังสือ
เธอจะไปรู้ได้ยังไงว่าความเป็นอยู่ของคุณหนูตอนนี้ดีกว่าคนที่อยู่นอกลวดหนามตั้งไม่รู้กี่เท่า
เจี่ยนฉุนเดินเข้ามาสองก้าว แล้วยื่นมือจะจับมืออวิ๋นซิงเหลียว
“ฉันไม่กลัวลำบาก ไม่กลัวเหนื่อย ขอแค่ได้อยู่กับคุณ ฉันช่วยค้นหาเสบียงได้”
“เรื่องฆ่าซอมบี้ไม่จำเป็นต้องให้พวกเราทำไม่ใช่เหรอ? คุณมีบอดี้การ์ดอยู่ตั้งสองคน ถ้าเจอซอมบี้ก็ให้พวกเขาปกป้องเราสิ”