โชคดีที่หลี่สวินไม่ได้ลืมเอาขนมปังมาคืนอวิ๋นซิงเหลียว
เธอหอบข้าวของพะรุงพะรัง ปีนกลับมาที่วิลล่าหลังเล็กซึ่งอวิ๋นซิงเหลียวพักอยู่
ยามสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังวิลล่าของอวิ๋นซิงเหลียวขยับริมฝีปาก แต่ไม่ได้ยื่นมือไปขวางหลี่สวิน
บางทีแม้แต่ยามทั้งสองคนเองก็คงนึกไม่ถึงว่าหลี่สวินจะกลับมาอีก
แถมยังกลับมาในสภาพเลือดท่วมตัวแบบนี้
แต่ตอนหลี่สวินยกมือเคาะประตู ยามคนหนึ่งก็อดเตือนเธอไม่ได้
“อยู่ห่างจากคุณหนูหน่อย ตัวเธอสกปรกแถมยังเหม็นด้วย”
เขาไม่ได้หมายความว่าคุณหนูผู้มีนิสัยเป็นมิตรและร่างกายอ่อนแอจะรังเกียจหลี่สวิน
แต่เป็นคุณฉินต่างหากที่จะไม่พอใจ
หลี่สวินก้มหน้า สีหน้าดูด้อยความมั่นใจเล็กน้อย ก่อนถอยหลังไปสองก้าว
“ฉันแค่อยากเอาขนมปังมาคืน”
เธอวางเป้ใบใหญ่ที่อัดแน่นไว้หน้าประตู แล้วกำลังจะหันหลังจากไป
ประตูวิลล่าตรงหน้าเปิดออก
อวิ๋นซิงเหลียวผู้สวยประณีตราวกับเจ้าหญิงยืนอยู่ตรงกรอบประตู ผมยาวนุ่มสลวยเป็นประกายคลุมไหล่ สวมเสื้อทรงตุ๊กตาสีอ่อนกับกางเกงขากว้างสีชมพู
ท่ามกลางโลกที่วุ่นวายเละเทะใบนี้ เจ้าหญิงตุ๊กตากลับสะอาดหมดจดไร้ฝุ่นแม้แต่น้อย
ความรู้สึกด้อยค่าของหลี่สวินพุ่งขึ้นถึงขีดสุด เธอไม่กล้าแม้แต่จะสบตาอวิ๋นซิงเหลียว
“ฉะ...ฉันมาเอาขนมปังมาคืนน่ะ”
เธอย้ำอีกครั้ง
อวิ๋นซิงเหลียวมองเป้ใบใหญ่ที่อัดแน่นอยู่ตรงประตูด้วยแววตากระจ่างใส
“เอามาคืนเยอะเกินไปแล้ว เธอบอกว่าจะคืนขนมปังให้ฉันแค่สองก้อนเอง”
เสบียงที่อยู่ในเป้ใบใหญ่ตอนนี้มีปริมาณมากกว่าขนมปังสองก้อนอย่างเทียบกันไม่ได้
