บนรถตู้โดยสารที่กำลังแล่นอยู่
ฉินมู่ไป๋ยื่นแท็บเล็ตให้หยุนซิงเหลียว ในนั้นมีเกมออฟไลน์ให้เล่นมากมาย
อย่างเกมจับคู่ผลไม้ อะไรทำนองนั้น
เหมือนเอาไว้หลอกล่อเด็กให้นั่งรถนิ่ง ๆ ไม่งอแง
หยุนซิงเหลียวเล่นอย่างเพลิดเพลิน
เธอถูกฉินมู่ไป๋อุ้มมานั่งบนตักอย่างไม่เปิดโอกาสให้ขัดขืน จึงขี้เกียจดิ้นรนเสียแล้ว เอนศีรษะซบแขนเขาไปเลย
มือหนึ่งเล่นเกมหั่นผลไม้ อีกมือควบคุมตุ๊กตากระดาษหนัง 7 ตัวของเธอให้วิ่งไปทั่ว
หยุนซิงเหลียวเก็บสะสมเสบียงมาตลอด
ตอนนี้คนส่วนใหญ่ยังไม่ทันตั้งตัว แค่ทุบทำลายแล้วปล้นร้านค้าริมทาง
ไม่ก็แค่กักตุนอาหาร
แต่อาหารหยุนซิงเหลียวมีมากพอแล้ว
เธอตั้งใจจะกินเสบียงของฉินมู่ไป๋ก่อน พอกินของเขาหมดแล้วค่อยกินของตัวเอง
กะด้วยสายตา ตอนนี้อาหารที่ฉินมู่ไป๋กักตุนไว้น่าจะพอให้เธอกินได้ทั้งปี
แน่นอนว่าปริมาณอาหารที่เธอกินได้กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อไม่มีแก่นผลึกซอมบี้ หยุนซิงเหลียวก็ทำได้เพียงเติมพลังด้วยอาหาร
ความอยากอาหารของเธอจะยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ปริมาณเสบียงที่ฉินมู่ไป๋กักตุนไว้ก็เพิ่มขึ้นไม่หยุดเหมือนกัน
ตอนนี้ฉินมู่ไป๋พาเธอออกไปปล้นเสบียงโดยเฉพาะ
ดังนั้นถ้าหยุนซิงเหลียวคิดจะกินจนฉินมู่ไป๋หมดตัว ก็ยังยากอยู่สักหน่อย
หยุนซิงเหลียวจึงหันไปตั้งเป้ากักตุนยาแทน
หลังเข้าสู่โลกอสูร มนุษย์อสูรที่แข็งแกร่งแทบไม่จำเป็นต้องใช้ยามากนัก
เพราะพวกเขาหายจากอาการบาดเจ็บได้เร็ว ต่อให้แผลหนักแค่ไหน ตราบใดที่ยังไม่สิ้นลมหายใจ พวกเขาก็รอดได้
เพราะอย่างนั้น ห่วงโซ่อุตสาหกรรมทุกด้านในโลกอสูรจึงค่อย ๆ ฟื้นตัว
มีเพียงอุตสาหกรรมผลิตยาเท่านั้นที่ฟื้นตัวได้ช้ามาก
มนุษย์อสูรไม่ต้องใช้ยา แต่คนธรรมดากับผู้มีพลังพิเศษต้องใช้นี่นา
แถมยังต้องการกันไม่น้อยด้วย
จึงเกิดปรากฏการณ์ที่ผิดเพี้ยนอย่างมากขึ้น
มนุษย์อสูรที่มีอำนาจตัดสินใจไม่ต้องใช้ยาสำเร็จรูป แต่คนธรรมดากับผู้มีพลังพิเศษกลับต้องการยาจำนวนมหาศาล
