ลมหนาวนอกหน้าต่างพัดต้องร่างบอบบางของอวิ๋นซิงเหลียว เส้นผมยาวของเธอปลิวไสว
บนหน้าผากเกลี้ยงเกลาของอวิ๋นซิงเหลียว มีเส้นด้ายเจ็ดเส้นผูกโยงกับตุ๊กตากระดาษตัวจิ๋วทั้ง 7 ตัวที่เพิ่งทำเสร็จ
ตุ๊กตากระดาษสองสามตัวบนขอบเตียง บ้างกอดหัวแล้วกระโดดลงไป บ้างก็วิ่งไปเกาะเสาเตียง ก่อนจะกอดขาเตียงไถลลงมา
ตุ๊กตากระดาษตัวแรกที่กระโดดลงไป กลับเป็นตัวสุดท้ายที่คลานออกมาจากใต้เตียง
ตุ๊กตากระดาษทั้ง 7 ตัวเรียงแถวเป็นขบวนยาว กระย่องกระแย่งมาถึงปลายเท้าของอวิ๋นซิงเหลียว
พวกมันปีนตามผ้าม่านในห้องผู้ป่วยขึ้นไปบนขอบหน้าต่าง จากนั้นก็เรียงแถวพุ่งลงจากหน้าต่างชั้น 2 ไปทีละตัว
ในความมืด ตุ๊กตากระดาษตัวเล็กที่ไม่สะดุดตาทั้ง 7 ตัวเรียงแถวคดเคี้ยว วิ่งมุ่งหน้าไปยังบ้านพักหลังเล็กของอวิ๋นซิงเหลียวที่อยู่ไม่ไกล
เป้าหมายในชีวิตของพวกมันคือช่วยอวิ๋นซิงเหลียวย้ายพัสดุ
เพราะพัสดุของอวิ๋นซิงเหลียวมีมากขึ้นเรื่อย ๆ กองอยู่หน้าบ้านพักหลังเล็ก ไม่นานก็จะไม่มีที่วางแล้ว
พลังพิเศษของเธอช่วยให้ไม่ต้องลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเอง
แต่ตอนนี้ระดับพลังพิเศษของอวิ๋นซิงเหลียวยังต่ำมาก อ่อนด้อยจนทำได้แค่ควบคุมโทรศัพท์ สั่งซื้อของผ่านโทรศัพท์เท่านั้น
หรือไม่ก็สร้างตุ๊กตากระดาษขนาดเท่าฝ่ามือสักสองสามตัว ให้ช่วยขนย้ายพัสดุ
ถึงอย่างนั้น สำหรับเธอก็ยังเป็นการสิ้นเปลืองพลังมหาศาล
อวิ๋นซิงเหลียวยืนอยู่ริมหน้าต่างที่เปิดอ้า ปล่อยให้ลมหนาวพัดผ่าน พลางหลับตารับรู้ถึงความเจ็บปวดในร่างกายราวกับมีมดนับหมื่นกัดกินไขกระดูก และความปวดรุนแรงที่แล่นมาจากศีรษะ
วิธีเพิ่มระดับพลังพิเศษของเธอคือ ตราบใดที่ยังไม่ตาย ก็จงฝืนใช้พลังจนเกินขีดจำกัด
