อวิ๋นซิงเหลียวรับมืออย่างกลัดกลุ้ม
เพราะริมฝีปากของฉินมู่ไป๋ที่ยังอ้อยอิ่งอยู่ ทำให้เธอมึนงงไปหมด
มนุษย์กระดาษสีน้ำตาลหลายคนที่กำลังค้นหายาไปทั่วเมืองเล็ก ๆ ก็เริ่มหมุนวนอยู่กับที่ บิดตัวไปมาอย่างสับสนอลหม่าน
เธอพยายามดึงสติกลับมา
มนุษย์กระดาษคนหนึ่งจู่ ๆ ก็กอดอีกคน ใบหน้าแบนราบทั้งสองแนบชิดกัน
รอบตัวมนุษย์กระดาษมีฟองสีชมพูลอยขึ้นมาราวกับกำลังฟุ้งกระจาย
ตอนนี้อวิ๋นซิงเหลียวผลักฉินมู่ไป๋ก็ไม่ออก จะหลบก็หลบไม่พ้น
อยากตอบรับ แต่ก็ยังรู้สึกไม่ยินยอม
ขณะที่เธอกำลังสับสน
เย่ฉงที่อยู่นอกหน้าต่างเดินเข้ามา เคาะกระจกรถที่ปิดสนิท
“มู่ไป๋ หลินโส่วจื้อกับน้องเมียของเขายอมจำนนแล้ว”
ฉินมู่ไป๋ในรถเงยหน้าขึ้นจากบรรยากาศหวานชื่นชวนเคลิบเคลิ้ม
แววตากลับมาปลอดโปร่งในพริบตา
เขาดึงมือออกจากใต้กระโปรงของเหลียวเหลียว แล้วช่วยจัดปกเสื้อที่ถูกดึงจนเปิดให้เรียบร้อย
เมื่อเห็นท่าทางน้อยใจของสาวน้อย ฉินมู่ไป๋ก็จูบแก้มเธอเบา ๆ
“เด็กดี เล่นอยู่ในรถคนเดียวสักพักนะ อาหนุ่มจะไปจัดการธุระหน่อย”
เขาสอดแขนใต้ข้อพับขาของสาวน้อย อุ้มเธอไปวางไว้ด้านข้าง แล้วหยิบแท็บเล็ตที่ตกอยู่ใกล้ ๆ ใส่มือเธอ
ทันทีที่ฉินมู่ไป๋หันไปเปิดประตูรถ
ใบหน้าหล่อเหลาของเขาก็เต็มไปด้วยความเย็นชาและมืดมน
ยอมจำนนงั้นเหรอ?
แต่ฉินมู่ไป๋ให้โอกาสหลินโส่วจื้อไปก่อนแล้ว
เขาไม่ใช่คนอารมณ์ดีนัก โดยเฉพาะหลังจากกลายสภาพเป็นสัตว์แล้ว นิสัยของฉินมู่ไป๋ก็ยิ่งโหดเหี้ยมและเย็นชา
เขาไม่ต้องการให้ยอมจำนน สิ่งที่เขาต้องการคือศพ
ทันทีที่ฉินมู่ไป๋จากไป
อวิ๋นซิงเหลียวก็โยนแท็บเล็ตในมือลงอย่างหงุดหงิด
