ฉินมู่ไป๋ยกมือขึ้น เอามือใหญ่แห้งกร้านกุมมือเล็กนุ่มนิ่มของเด็กสาวไว้
แล้วกดฝ่ามือของเธอแนบลงบนแก้มเขาแน่น
น้ำเสียงของเขาใสกังวาน ทว่าตอนนี้กลับแหบพร่าอย่างหนัก
“อาเล็กไม่ได้ดีกับเธอขนาดนั้นหรอก เด็กดี อาเล็กคงเลี้ยงเธอเสียจนเคยตัวแล้ว”
เขาก้มหน้าลง เอาหน้าผากแตะกับหน้าผากของเหลียวเหลียว ลมหายใจที่พ่นออกมาล้วนปะปนกัน
ระยะห่างใกล้จนเหมือนอีกเดี๋ยวก็จะจูบกันแล้ว
หัวใจของอวิ๋นซิงเหลียวสะดุดไปจังหวะหนึ่ง เธอกำลังจะพูด แต่ในระหว่างหายใจกลับเพิ่งรู้ตัวว่าหน้าอกของเธอแนบอยู่กับอกของฉินมู่ไป๋
ความนุ่มนิ่มกับความแข็งแกร่งตัดกันอย่างชัดเจนในเวลานี้
“เพียะ!”
จู่ ๆ หลอดไฟเหนือศีรษะของทั้งคู่ก็ระเบิดเสียงดังขึ้นมา แล้วไฟในห้องก็ดับลงทันที
ความมืดเข้าปกคลุม เสียงฝีเท้าดังมาจากนอกประตู
พยาบาลคนหนึ่งมาเคาะประตู
“คุณฉิน คุณหนูอวิ๋นคะ เบรกเกอร์หลักตัดค่ะ ทางโรงพยาบาลส่งคนไปซ่อมแล้ว”
บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนในโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ทำงานให้ตระกูลฉิน
จู่ ๆ ไฟฟ้าทั้งโรงพยาบาลก็ดับลง ย่อมต้องแจ้งคนของตระกูลฉินให้ทราบ
ฉินมู่ไป๋ขานรับเสียงต่ำ
เขาสังเกตเห็นความผิดปกติได้อย่างเฉียบคม
“เด็กดี ไม่ต้องกลัว อาเล็กอยู่นี่”
โรงพยาบาลของตระกูลฉินมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ดีที่สุดในประเทศ แม้จะให้บริการเฉพาะคนในตระกูลฉิน แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นคนภายนอกทั้งหมด
พูดอีกอย่างคือ ถ้าคนที่อยู่แถวนั้นเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ และไม่ติดใจเรื่องค่ารักษาที่แพงหูฉี่ของโรงพยาบาลเอกชน
ก็สามารถส่งตัวมาที่โรงพยาบาลแห่งนี้ได้
แต่ละปีตระกูลฉินใช้เงินจำนวนมากดูแลโรงพยาบาลแห่งนี้
การซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าก็เป็นเรื่องปกติ
ยิ่งไปกว่านั้น โรงพยาบาลแห่งนี้ยังมีเครื่องปั่นไฟสำรอง
