ยามเช้าเจ็ดโมง
ในห้องรับแขกส่วนกลางของโซนห้องสวีทเด็ค 10 เชิ่นโจวนั่งจัดการอีเมลงานอยู่บนโซฟาแล้ว
ข้างมือมีอเมริกาโน่อุ่นกำลังดีหนึ่งแก้ว ดวงตาหลังเลนส์แว่นขอบทองจับจ้องหน้าจอแท็บเล็ต
ปลายนิ้วเลื่อนผ่านเอกสารเป็นระยะก็ใช้ปากกาจดข้อความสองสามคำลงในสมุดบันทึก
จดหมายขอโทษที่สมาชิกสภาเบลส่งมาตอนห้าทุ่มเมื่อคืน เต็มไปด้วยถ้อยคำวิงวอนต่ำต้อย
เชิ่นโจวกวาดตามองแวบหนึ่ง ก่อนโยนมันเข้าแฟ้มงานที่รอจัดการ
ประตูห้องนอนหลักเปิดออก
เชิ่นโจวลุกขึ้นยืนตามสัญชาตญาณ
“คุณชาย อรุณสวัสดิ์ขอรับ”
เจียงเฉินเหยียนที่เดินออกมาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำ คอเสื้อปลดกระดุมเปิดกว้าง
บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบจนน่าหวาดหวั่น
เชิ่นโจวดันแว่นขอบทองขึ้น
ใต้ตาคุณชายคล้ำเขียว วันนี้แฝงกลิ่นอายเย็นชาปะปนความหงุดหงิด
ราวกับไม่ได้นอนทั้งคืน แถมยังถูกใครบางคนแตะเกล็ดย้อนเสียด้วย
พูดง่าย ๆ ก็คือ อารมณ์เสียสุดขีด
เชิ่นโจวยืดหลังตรงยิ่งกว่าเดิม
เจียงเฉินเหยียนไม่มองเขา สายตากวาดตรงไปยังห้องนอนสำรองอีกฟากของทางเดิน
ไม่ต้องรอให้ถาม เชิ่นโจวก็เอ่ยอย่างรู้หน้าที่
“คุณหนูหลียังไม่ตื่นขอรับ”
เจียงเฉินเหยียนชะงักฝีเท้า ริมฝีปากบางเม้มเป็นเส้นตรง
เมื่อคืนไม่มาเคาะประตูก็แล้วไป เช้านี้แม้แต่คำว่าอรุณสวัสดิ์ก็ยังไม่มาทัก
นี่คือภารกิจที่คนหนุนหลังนางมอบหมายมาหรือ?
เมื่อคืนเขากลับพลิกตัวไปมาจนวุ่นวายอยู่เกือบครึ่งค่อนคืน
“ไปจัดเตรียมอาหารเช้าก่อน”
น้ำเสียงของเจียงเฉินเหยียนทุ้มต่ำ ฟังไม่ออกว่ากำลังรู้สึกเช่นไร
เชิ่นโจวขานรับ ก่อนหันไปติดต่อพ่อบ้าน
