ในดวงตาของชายหนุ่มมีเปลวไฟมืดมิดลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง
“แรง...กว่านี้อีก” เขาหอบหายใจเสียงแหบพร่า แฝงความปรารถนาอันบิดเบี้ยว
“ที่รัก ข้าชอบเวลาที่เจ้าทำให้ข้า...”
ปลายนิ้วหยาบกร้านกดคลึงแผ่นหลังช่วงเอวของนางอย่างหนักหน่วง
“มันทำให้ข้าตื่นเต้นยิ่งขึ้น”
เจียงหลีตกใจกับปฏิกิริยา...ของเขา
ชายคนนี้บ้าไปแล้ว
นางยื่นมือทั้งสองข้างออกไปอย่างลนลาน หมายจะปิดปากที่กล้าพูดได้ทุกอย่างของเขา
แต่เสิ่นเยี่ยนเคลื่อนไหวเร็วกว่า
มือใหญ่ข้อนิ้วเด่นชัดพลิกคว้าข้อมือเรียวทั้งสองของนางไว้ได้อย่างง่ายดาย แล้วบิดไพล่ไปด้านหลัง
วงแขนยาวรวบกระชับ ก่อนจะอุ้มนางขึ้นมาในอ้อมแขน
เท้าทั้งสองของเจียงหลีลอยพ้นพื้น
นางร้องอุทานออกมา
เสิ่นเยี่ยนอุ้มนางไว้
ก้าวเดินอย่างมั่นคงไปยังกลางห้อง
แก้มของเจียงหลีแดงก่ำขึ้นอีกครั้ง
“ท่านจะทำอะไร”
“ในเมื่อเห็นไปแล้ว” เสิ่นเยี่ยนวางนางลงบนเก้าอี้... พลางมองนางจากเบื้องบน
“เช่นนั้นก็ย้อนรำลึกถึงเรื่อง...วันนั้นกันสักหน่อย”
เจียงหลี... แต่ก็สู้แรงของชายหนุ่มไม่ได้
.......
“อย่าทำตรงนี้ ปล่อยข้า”
หางตาของนางแดงระเรื่ออย่างเย้ายวน เสียงที่เปล่งออกมาร้อนรนและอ่อนหวาน
“สายไปแล้ว”
เสิ่นเยี่ยนโน้มตัวลง
ภายในห้องปิดมิดชิด เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่คลอเคล้ากัน
กึก
เสียงโลหะกระทบกันแผ่วเบาดังก้องชัดเจนเป็นพิเศษในความเงียบ
.......
ชายหนุ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตด้วยมือเดียว เผยให้เห็นแผงอกกำยำ
.......
เสียงเสียดสีแผ่วเบาของเนื้อผ้าผสมปนเปกับเสียงครางกระเส่าของหญิงสาว
สัมผัสทุกจุดที่ทั้งสองแนบชิดกันพลันชัดเจนขึ้นถึงสามเท่า
ความร้อน สัมผัส และความซ่านซึ่งชวนให้แทบคลุ้มคลั่ง
