“พวกเราจะพาพวกท่านไปยังที่พัก วันนี้จัดข้าวของให้เรียบร้อย พรุ่งนี้ก็เริ่มลงมือทำงาน คนที่มาถึงที่นี่ต้องทำไร่ทำนา เดี๋ยวจะแบ่งที่ดินรกร้างให้ตามจำนวนคน ใครไม่ทำงานก็ไม่มีข้าวกิน”
เมื่อยืนยันแล้วว่าไม่มีผิดพลาด หัวหน้าหมู่บ้านวัยราวห้าสิบปีซึ่งมีฝุ่นดินเปรอะเปื้อนเต็มตัวก็ตบมือสองสามที ใบหน้าริ้วรอยยับย่น น้ำเสียงไม่ค่อยเป็นมิตรนัก
เขาไม่ชอบพวกผู้ดีเหล่านี้เอาเสียเลย นักโทษที่มาคราวก่อนก็เป็นเช่นนี้ เอาแต่กินไม่ยอมทำงาน แถมยังโดดน้ำฆ่าตัวตายอีก
แม่น้ำนั่นเป็นแม่น้ำสายเดียวในหมู่บ้าน ทุกคนยังต้องใช้น้ำกินน้ำใช้ นี่ไม่ใช่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นหรอกหรือ
“พี่ฉี เมื่อครู่พวกท่านกำลังทำนากันอยู่หรือ ปลายฤดูหนาวเช่นนี้จะปลูกอะไรขึ้นหรือ”
เจียงลิ่วลิ่วสังเกตเห็นท่าทีเย็นชาของหัวหน้าหมู่บ้าน จึงเดินพลางมองรอบข้างพลาง ปากก็เริ่มชวนคุยตีสนิท
ทีแรกนางนึกว่าที่นี่จะมีแต่ทะเลทรายเหลืองอร่าม ทว่าดูแล้วก็ไม่ใช่ แค่หนาวเท่านั้น
นางอดกระชับเสื้อหนังที่สวมอยู่ไม่ได้ หนาวจริง ๆ ลมหนาวราวกับจะพุ่งทะลวงเข้าไปถึงกระดูก คนข้างหน้ากลับสวมเพียงเสื้อชั้นเดียว
ฉีต้าพลันหยุดฝีเท้า สายตาจับจ้องมาที่เจียงลิ่วลิ่ว “เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ”
เจียงลิ่วลิ่วชะงักไป ใจเต้นตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ เรียกพี่ผิดกฎหมายหรืออย่างไร
แต่เพิ่งมาถึงที่นี่ การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับคนผู้นี้ย่อมไม่ผิดแน่
เจียงลิ่วลิ่วจึงฝืนยิ้มอีกครั้ง “พี่ฉี!”
“ฮ่า ๆ! ฉีต้า โชคดีเสียจริง มีภรรยาแล้วหรือ วันหน้าหากแต่งนางเข้าบ้านเมื่อไร ต้องเลี้ยงสุรามงคลพวกเราด้วยล่ะ!”
