พอเซวียหนิงเดินจากไป ใบหน้าสวยของซูซีก็พลันบึ้งตึงลง “วันนี้ข้ามีธุระยุ่ง เจ้ากลับไปบอกว่า ข้าไม่มีเวลา”
หลานเซียงกัดริมฝีปาก ก่อนจะลดเสียงลงอีก “แต่คุณหนูเจ้าคะ—”
ซูซียิ่งฟัง คิ้วก็ยิ่งขมวดแน่นขึ้น
แต่นางก็ไม่ลืมแผนการในวันนี้ จึงเอ่ยด้วยความหงุดหงิดใจว่า “พอได้แล้ว เจ้าไปก่อนเถอะ อีกเดี๋ยวข้าจะหาโอกาสขอตัวตามไป”
“เจ้าค่ะ” หลานเซียงรู้งาน ถอยออกไป
เซวียหนิงเพิ่งออกจากเรือนของเซี่ยเหล่าไท่จวิน กลับมานั่งยังที่นั่งของตน
เป่าฉานกลับมาแล้วในเวลานี้ นางเดินมาหยุดข้างหลังเซวียหนิง พร้อมกับความหนาวเย็นที่ติดตัวมาเต็มร่าง
ซูซีเอ่ยปากชวนเซวียหนิงคุยเป็นหย่อมๆ เซวียหนิงนั่งฟังเงียบๆ ในที่สุดก็ยกจอกสุราขึ้น จิบไปหนึ่งอึก
ในแววตาของซูซีฉายแววเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันใด “สุราบ๊วยนี่หอมหวานนัก น้องหญิงดื่มอีกสักสองสามจอกดีหรือไม่”
เซวียหนิงดื่มสุรานั่นจนหมด ยิ้มพลางเอ่ยว่า “พี่ใหญ่ก็ดื่มสักหน่อยสิเจ้าคะ”
มุมปากของซูซียกยิ้ม “ได้ พี่จะดื่มเป็นเพื่อนเจ้า”
สุราสามจอกผ่านลงคอ เซวียหนิงก็ไม่ยอมดื่มอีก ลุกขึ้นบอกว่าตนปวดศีรษะ ขอไปหาห้องพักนอนเอกเขนกสักหน่อย เจียงซื่อเอ่ยถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงอยู่สองสามคำ แล้วจึงเรียกเป่าฉานมากำชับ ให้ดูแลคุณหนูให้ดี
เป่าฉานยิ้มรับ “ฮูหยินโปรดวางใจ บ่าวประคองคุณหนูไปพักที่ศาลาฟังฝนที่อยู่ติดกันนี้สักครู่ก็คงดีขึ้นเจ้าค่ะ”
ซูซีรีบส่งสายตาไปทางต่งซื่อ ต่งซื่อเข้าใจในที รีบลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบ
