ไม่นานนัก ทุกคนก็เลือกคู่หูของตนเองได้แล้ว
ซูซีจับคู่กับคุณชายโจว ซูหมานอยู่กับคุณชายหลี่
มีเพียงเว่ยเจินหลานและเจียงจื้ออวี๋ที่ไม่ได้เข้าร่วมการละเล่น
ซูจ้านเก่งทั้งบุ๋นและบู๊ การโยนปาเป้าสำหรับเขาแล้ว เป็นเพียงการละเล่นเด็ก ๆ เท่านั้น
โยนส่ง ๆ ตามสบาย ก็ได้คะแนน ‘โยนลง’ มาแล้วสองแต้ม
โยนต่อเนื่องเข้าหลายดอก อาศัยไม้ค้ำได้คะแนนอีกสิบแต้ม
ทุกคนต่างทึ่งในฝีมือการโยนปาเป้าอันยอดเยี่ยมของซูจ้าน ปรบมือโห่ร้องด้วยความชื่นชม
ซูจ้านยกยิ้มบาง ๆ หันศีรษะไปเล็กน้อย นึกว่าจะได้เห็นแววตาชื่นชมเลื่อมใสของเซวียหนิง
ไม่คิดเลยว่า ในยามนี้เซวียหนิงไม่ได้สนใจสถานการณ์การโยนปาเป้าในลานประลองเลยแม้แต่น้อย กลับเบือนหน้าคุยอะไรบางอย่างกับหลัวเหวินจวินอยู่ เมื่อคุยถูกคอ มุมปากก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
สีหน้าซูจ้านเย็นชาลงทันที จู่ ๆ ก็หมดความสนใจในการโยนปาเป้าขึ้นมาเสียดื้อ ๆ
โยนลูกธนูที่เหลือใส่มือเซี่ยหนิงถัง
เซี่ยหนิงถังไม่ทันสังเกตอะไร รับไว้ด้วยความยินดี นางเองก็เป็นเซียนโยนปาเป้า ครั้งนี้โยนเข้าหลายดอก ช่วยเพิ่มคะแนนให้ทีมของตัวเองอีกสิบแต้ม
“น้องอานหนิง ตาเจ้าแล้ว” ซูซียื่นลูกธนูให้เซวียหนิง สีหน้าเฝ้ารอดูเรื่องสนุก “ประเดี๋ยวอย่าโยนลูกธนูปาใส่คนอื่นก็ถือว่าชนะแล้วน้องหญิง”
เซวียหนิงรับมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แบ่งให้หลัวเหวินจวินสองสามดอก ยิ้มพลางกล่าวว่า “คุณชายลั่ว อย่าตื่นเต้นไปเลย พวกเราแค่ขอให้สุขใจก็พอแล้ว”
หลัวเหวินจวินรับคำ “อืม” หนึ่งครั้ง แล้วโยนก่อน แต่ห้าดอกเข้าเพียงดอกเดียว เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ถนัดการโยนปาเป้าเอาเสียเลย
ซูจ้านจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่แดงก่ำของหลัวเหวินจวินด้วยแววตาอันเย็นเยียบ ไม่ค่อยเข้าใจว่าเซวียหนิงเลือกเจ้าเศษสวะนี่มาทำไม
