วันนี้ท่านอัครเสนาบดีถึงคราวรับกรรมแล้วหรือยัง

ตอนที่3-เข้าใจกาลเทศะ

13 นาที· 2.9K คำ

ตอนที่ 3 เข้าใจกาลเทศะ

งานเลี้ยงวันเกิดผ่านพ้นไปด้วยความยากลำบาก เจียงซื่อออกไปส่งบรรดาฮูหยินและคุณหนูทั้งหลายด้วยตนเอง

เรือนหลังเงียบสงบลงในเวลาไม่นาน เซวียหนิงแอบนำเหยือกสุราติดตัวไป หาสถานที่เงียบสงัดแห่งหนึ่งเทน้ำสุราข้างในออกจนหมดเกลี้ยง

ศาลาเล็กตรงนี้อยู่ไม่ไกลจากศาลาชีอวิ๋นของนางเท่าใดนัก

ลำธารสายหนึ่งไหลลดเลี้ยวไปตามโขดหินจำลอง ก่อนไหลไปรวมกันเป็นทะเลสาบหมิงจิ้งอันกว้างใหญ่ที่สุดในเขตเรือนหลังของจวนโหว

นางรอให้เป่าฉานมาช่วยจัดการด้วยกันไม่ทัน จึงจำต้องลงมือนำเหยือกสุราไปล้างกับน้ำในลำธารด้วยตนเอง ไม่ทิ้งร่องรอยหลักฐานไว้แม้แต่น้อย

เพิ่งเสร็จงานลุกขึ้นยืนจากข้างสะพานหิน ก็รู้สึกได้ถึงลมเย็นแฝงความอัปมงคลพัดรำเพยที่ต้นคอ

นางหันกลับไป ก็พบกับใบหน้าล่อเหลาคมสันของบุรุษผู้หนึ่งท่ามกลางหิมะโปรย ใจดวงน้อยแทบจะกระเด็นออกจากอก

“ท่านพี่?”

บุรุษผู้นั้นหรี่ตามอง “ทำอะไร?”

เซวียหนิงกุมหน้าอก ใบหน้าน้อยซีดเผือด “ท่านทำให้ข้าตกใจแทบแย่...”

“กำลังแอบทำเรื่องชั่วร้ายอันใดอยู่หรือ?”

ซูจ้านสวมเสื้อคลุมขนสัตว์ปักลายเมฆมงคลสีดำสนิท น้ำเสียงเย็นชา คิ้วคมเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาที่ไร้อารมณ์ดูน่าขนลุกเป็นพิเศษ

อย่างไรเสียก็เป็นบุรุษที่เคยเป็นสามีภรรยากันมาก่อน เวียหนิงถามตัวเองแล้วก็ยากจะทำเป็นไม่รู้สึกรู้สาได้

นางเม้มริมฝีปาก นึกถึงยามที่แต่งงานกับเขา วิธีการที่เขาปรนเปรอต่อนางในช่วงหลายปีนั้น ในอกพลันสั่นระริก หามีความสนิทสนมดังวันวานไม่ หลงเหลือไว้เพียงความหวาดกลัว "มิได้... มิได้ทำสิ่งใด"

ซูจ้านเลิกคิ้วขึ้น ดวงตาดำสนิทเต็มไปด้วยการกดดันและความสงสัย “ถึงกับชอบไหเหล้านี่เพียงนี้เชียวหรือ?”

เซวียหนิงจำต้องหาเหตุผลส่งเดช “ข้า… เห็นว่าไหเหล้านี้ลวดลายประณีต คิดจะล้างให้สะอาดแล้วนำกลับไปเก็บสะสม...”

ซูจ้านแค่นเสียงเยาะ “เซวียหนิง เจ้ากำลังหลอกข้าหรือ?”

สีหน้าของเซวียหนิงซีดเผือดทันใด “ไม่... ไม่มีนะเจ้าคะ”

นางลืมไปว่า แม้ปีนี้ซูจ้านจะอายุเพียงยี่สิบปี แต่กลับเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันอย่างยิ่ง ได้เข้ากรมอาญาและดำรงตำแหน่งรองเจ้ากรมอาญา ใครเล่าจะกล้าโกหกใต้จมูกของเขา?

ในชาติก่อน ตอนเป็นภรรยาของเขา ทุกครั้งที่นางรอคอยเขากลับจากเวรยาม ก็มักได้กลิ่นคาวเลือดจากกายเขา

ยามนี้ก็เช่นกัน เขายืนอยู่ใกล้หล่อนเหลือเกิน และค่อยๆ ก้าวรุกเข้ามา

กลิ่นกำยานซูเหออันเย็นเยียบจากร่างเขา ผสมกับกลิ่นคาวเลือดของเหล่านักโทษในคุกของศาลต้าฉื่อ ชวนให้อกสั่นขวัญแขวน

เซวียหนิงหาเหตุผลไม่ออก นิ้วมือกำที่จับไหเหล้าแน่น

สายตาเย็นชาของซูจ้านกวาดมองมือเล็กๆ ของเซวียหนิงที่แดงเพราะความหนาว

มือใหญ่ของเขายื่นออกมา หมายจะแย่งไหเหล้าในมือนางไป

วันนี้หิมะตกหนัก สายลมหนาวเหน็บและหิมะเย็นเยียบ

เซวียหนิงที่ยืนอยู่ริมแม่น้ำอยู่แล้วทรงตัวแทบไม่อยู่ ถูกบุรุษทำเอาตกใจกะทันหันเช่นนี้ ยิ่งกลัวว่าจะถูกเนื้อต้องตัวเขาสักนิด ร่างพลันเสียหลักหงายหลัง ตกลงไปในสายน้ำเย็นเยียบโดยตรง

สายน้ำที่เย็นเฉียบราวกับแทงเข้ากระดูกไหลท่วมลำคอของนางอย่างรวดเร็ว หนาวสะท้านจนตัวสั่น

นางว่ายน้ำไม่เป็น ร่างจมดิ่งลงไปอย่างรวดเร็ว

ในห้วงภวังค์เลือนราง คล้ายกับย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่จวนเก่าหย่งโจว

ทุกๆ ฤดูหนาวของแต่ละปี คือช่วงเวลาที่นางทุกข์ทรมานที่สุด

ในเรือนไม่มีถ่านไฟชั้นดี บางครั้งไม่มีอะไรกิน นางกับเป่าฉานจะปลอมตัวออกไปจับปลาในแม่น้ำ

ครั้งหนึ่งนางพลัดตกลงไปในน้ำโดยไม่ระวัง ถูกผู้มีจิตเมตตาที่ผ่านทางมาช่วยขึ้นมา หลังจากนั้นพิษไข้ก็เข้าแทรก ไออย่างหนักอยู่หนึ่งเดือนเต็ม เสียงของนางก็แหบเสียตั้งแต่ตอนนั้น และร่างกายก็ไม่เคยกลับมาแข็งแรงดีอีกเลย

ช่วงปีแรกๆ นางเขียนจดหมายส่งไปยังจวนโหวตงจิงทุกวัน วิงวอนขอให้ซูจ้านใส่ใจนางมากขึ้นสักนิด จะซื้อยาแก้ไข้หวัดมาให้บ้างก็ยังดี หรือแม้แต่จะมาหาที่จวนเก่าสักครั้งก็ยังดี

น่าเสียดาย ที่เขามีต่อนางนั้น มีเพียงความไม่ยินดียินร้ายและทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นมาโดยตลอด

หลังจากนั้น นางจึงเลิกมีความหวังใดๆ กับเขาอีก

เซวียหนิงไม่ยอมที่จะหาตายเช่นนี้ นางเพิ่งได้เกิดใหม่ ชาตินี้ยังไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง จะมาตายไปดื้อๆ เช่นนี้ได้อย่างไร

นางตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำครู่หนึ่ง ก็เห็นบุรุษซึ่งเดิมยืนอยู่ริมฝั่งอย่างเมินเฉยกระโดดลงมา

คราวนี้ ถึงคราวนางที่อยากตายขึ้นมาบ้างแล้ว

หากถูกซูจ้านช่วยไว้ เช่นนั้นสู้ตายเสียยังจะดีกว่า

……

เซวียหนิงสลบไปเกือบครึ่งชั่วยาม ถึงได้ตื่นขึ้นมาอย่างมึนงง

เบื้องหน้าคือม่านเตียงปักลายนกกระจอกเกาะกิ่งไม้สไตล์ซูโจวที่ยามสาวนางเคยชินตา

ห้องหับงดงามวิจิตร มีเครื่องแต่งกายกองพะเนิน แตกต่างจากเรือนเก่าที่โทรมและมีลมรั่วจนทำให้นางรู้สึกราวกับกำลังฝัน

เจียงซื่อนั่งอยู่ข้างเตียง ยื่นมือมาแตะหน้าผากที่ร้อนของนาง บรรดาสาวใช้และหญิงรับใช้ในเรือนต่างก็เป็นห่วงนางกันทั้งสิ้น

“ไหงถึงได้ไม่ระวังเช่นนี้เล่า อากาศหนาวถึงเพียงนี้ หากต้องลมจนหนาวสะท้านเข้า จะทำอย่างไรดี”

เซวียหนิงยกเปลือกตาอันหนักอึ้งขึ้น เหลือบเห็นบุรุษผู้เปลี่ยนมาใส่ชุดคลุมยาวสีหมึกซึ่งนั่งอยู่ด้านหลังเจียงซื่อ ใจก็อดสั่นสะท้านขึ้นมามิได้

ในชาติที่แล้วตอนนี้นางคงถูกเจียงซื่อสั่งลงโทษให้เข้าไปอยู่ในศาลบรรพชนไปแล้ว จะยังมีชีวิตนอนดี ๆ อยู่ในห้องหับได้อย่างไร

ทว่าเรื่องตกน้ำนั้นก็อยู่เหนือความคาดหมายของนาง สิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจยิ่งกว่าก็คือ ซูจ้านผู้เย็นชาไร้หัวใจมาโดยตลอด กลับช่วยนางขึ้นมา ระยะทางจากริมแม่น้ำตรงนั้นกลับมาศาลาชีอวิ๋นก็ใช่ว่าจะใกล้ ตลอดทางล้วนเป็นสาวใช้กับเด็กรับใช้ในจวน นางถูกบุรุษอุ้มอยู่ในอ้อมอกส่งกลับมา เช่นนี้มิใช่ถูกทุกคนเห็นเข้าแล้วหรือ

นางกับซูจ้านอย่างไรเสียก็มิใช่พี่น้องร่วมสายเลือดกัน ไม่รู้ว่าซูจ้านพูดกับเจียงซื่อไว้เช่นไร

เซวียหนิงรู้สึกเสียใจอยู่บ้าง “ฮูหยิน ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ…”

เจียงซื่อเอ่ยพลางยิ้มแย้ม “เจ้าเด็กนี่ หากมิใช่เพราะจานเอ๋อร์บังเอิญอยู่ข้าง ๆ ใครเล่าจะช่วยเจ้าได้”

เซวียหนิงขมวดคิ้ว เงยหน้ามองไปทางบุรุษผู้นั้น

ซูจ้านปล่อยอารมณ์ตามสบาย ยกถ้วยชาร้อนจิบ ดวงตาสีดำขลับไร้อารมณ์ความรู้สึกใด ๆ อยู่สักนิด

เซวียหนิงมองสีหน้าของเขาไม่ออก ได้แต่หันไปมองเจียงซื่อด้วยความประหลาดใจ

ในชาติที่แล้ว ตอนที่นางพัวพันใกล้ชิดกับซูจ้าน เจียงซื่อผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง ไม่อยากให้นางสานสัมพันธ์กับซูจ้าน

ทว่าครั้งนี้ ซูจ้านอุ่มนางกลับมาศาลาชีอวิ๋น เจียงซื่อกลับมีรอยยิ้มบนใบหน้า หาได้มีทีท่าตำหนิแต่อย่างใดไม่

“ฮูหยิน… ข้ามิได้ตั้งใจเจ้าค่ะ… ตอนนั้นข้าก้าวพลาดไป… ถึงได้ตกลงไปในน้ำ…”

เจียงซื่อกุมมือนางน้อย ๆ ไว้ “ข้ารู้ว่ามิใช่ความผิดของเจ้า จานเอ๋อร์ก็อธิบายกับข้าชัดเจนแล้ว เจ้ามิได้ตั้งใจ เขาก็แค่ยื่นมือช่วยขึ้นมาตามมารยาท สะพานหินนั่นเดิมก็แคบอยู่แล้ว วันเหมันต์หิมะก็ลื่น เจ้าเด็กนี่ร่างกายเดิมทีก็ไม่สู้ดี ภายหลังก็อย่าไปเดินแถวนั้นจะดีกว่า”

ที่แท้ซูจ้านก็อธิบายจนกระจ่างแล้ว

เซวียหนิงแอบโล่งอก “เจ้าค่ะ ฮูหยิน…”

ยังดีที่เจียงซื่อเป็นคนมีเหตุผล ตราบใดที่นางไม่ไปยั่วยวนบุตรชายนางเอง นางก็จะไม่ผิดหวังในตัวนาง

มุมปากของนางเม้มขึ้นเป็นรอยยิ้ม พลางเอ่ยกับซูจ้านอย่างสุภาพขึ้นมาก “ขอบคุณท่านพี่ที่ช่วยข้า”

ซูจ้านเอ่ยน้ำเสียงเรียบเย็น “ช่วยเหลือตามมารยาทเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ”

เซวียหนิงรู้ดีว่า ซูจ้านเกรงว่าจะพัวพันกับนางเด็กกำพร้าผู้นี้ จึงประพฤติตัวอย่างว่านอนสอนง่ายกล่าวว่า “ไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องกล่าวคำขอบคุณ ภายหน้าอาหนิงจะต้องระมัดระวังตัวให้ดี มิให้ท่านพี่และฮูหยินต้องเป็นห่วงถึงเพียงนี้”

“เช่นนั้นก็ถูกต้องแล้ว เจ้าเด็กน้อยอยู่ที่จวนสกุลซู ก็เพียงแค่ทำใจให้เหมือนอยู่บ้านของตนเองเถิด ไม่ต้องฝืนใจสิ่งใด หากชอบกาน้ำสุรานั่น ให้เป่าฉานในห้องของเจ้าไปเบิกกับคลังสมบัติก็พอแล้ว เหตุใดต้องเกือบเอาชีวิตไปแลกเพราะกาน้ำสุราเพียงใบเดียวเล่า ไว้ข้าจะให้หลัวมามาส่งเครื่องใช้มาให้เจ้า ให้เจ้าเลือกไว้ในห้องสักสองสามชิ้น”

เซวียหนิงซาบซึ้งในความเอ็นดูที่เจียงซื่อมีต่อนางยิ่งนัก ฟังคำพูดพร่ำเพ้อของนาง ก็ราวกับมีกระแสธารอุ่นไหลผ่านกลางใจ

“ฮูหยิน—”

นางทุ่มตัวลงในอ้อมกอดของเจียงซื่อ ร่ำไห้ออกมาด้วยความจริงใจ

“อาหนิงเข้าใจแล้ว อาหนิงภายหน้าจะรู้จักโต”

เจียงซื่อลูบไล้แผ่นหลังของนาง เอ่ยพลางยิ้มด้วยความรัก “ยังไงเล่า อยู่ดี ๆ ยังร้องไห้อีก”

ซูจ้านคิ้วเข้มนัยน์ตาคม เมื่อชาร้อนหนึ่งถ้วยลงท้อง ก็ช่วยขจัดความหนาวเย็นในร่างกายให้สลายไป

เขาลืมตามองไปยังหญิงสาวผู้บอบบางที่ซบลงบนอ้อมกอดมารดา หลั่งน้ำตาอาบแก้ม

นางพึ่งอายุครบปักปิ่นในปีนี้ ใบหน้างดงามหมดจด ผิวงามละเอียดอ่อน โดยเฉพาะผิวกายที่บอบบางนั้น ราวกับไข่ที่ปอกเปลือก เนียนละมุน ชวนต้องตา ยามนี้มีไข้สูง แก้มทั้งสองแดงระเรื่อ ดูคล้ายลูกแมวน้อยผู้ยั่วเย้าใจ

เมื่อนึกถึงภาพที่หญิงสาวเพิ่งซุกอยู่ในอ้อมอกเขา ร่างกายเย็นเฉียบไร้สติ ไม่รู้เพราะเหตุใด ในอกพลันเกิดความตื่นตระหนกอย่างบอกไม่ถูก

ยังดีที่น้ำในแม่น้ำนั้นไม่ลึก นางซุ่มซ่ามก้าวพลาดกลางน้ำ จึงยืนไม่อยู่

หากนางมิได้เกือบจมน้ำตายในแม่น้ำ เขาคงแทบนึกสงสัยว่านางจงใจให้เขาสนใจแล้ว

แต่นางก็เป็นเช่นนี้มาตลอด บุ่มบ่ามไม่รู้จักกาลเทศะ

ก่อนหน้านี้ เว้นสามเว้นสองก็ส่งขนม ส่งน้ำชา ส่งบุปผามาให้

คิดแต่จะให้เขามองนางอีกสักครั้งเสมอ

ทว่า... คำพูดคำจาของนางในวันนี้ กลับเต็มไปด้วยความประหลาด

โดยเฉพาะที่ริมแม่น้ำ นางยอมตกลงไปในน้ำ ยังจะไม่ยอมเข้าใกล้ชิดกับเขา

ซูจ้านหรี่ตาลงเล็กน้อย ในใจพลันเกิดความรู้สึกผิดแผกแปลกไปอย่างบอกไม่ถูก

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ เซวียหนิงต่อเขา... ล้วนกระตือรือร้นยิ่งนัก

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com

ความคิดเห็น

0/1,000

ยังไม่มีความคิดเห็น

เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นในตอนนี้