ซูจ้านนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาเพิ่งจะสู่ขอเจรจาแต่งงานกับเซี่ยหนิงถัง เซวียหนิงก็เข้าขวางกระบี่แทนเขา
หากครานี้เขาช่วยทำแผลให้ เห็นเรือนร่างนาง ย่อมต้องรับผิดชอบต่อนาง
เขาไม่รู้ว่าเซวียหนิงคิดอะไรอยู่ตอนที่นางเข้าขวางกระบี่แทนเขา แต่นางก็ช่วยชีวิตเขาไว้ อย่างไรเสียทั้งเหตุผลและน้ำใจ เขาก็ควรให้นางได้มีชื่อมีแหน่
“ช่างเถิด รอให้เซี่ยหนิงถังแต่งเข้ามาก่อน แล้วค่อยให้นางเป็นอนุภรรยาก็แล้วกัน”
เมื่อคิดตกแล้ว ซูจ้านก็ให้ท่านหมอซุนและคนอื่นๆ ออกไป แล้วเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อถอนกระบี่ออกจากร่างเซวียหนิง
ทว่ามือเขาเพิ่งยื่นออกไป ก็ถูกมือใหญ่อีกข้างที่ข้อนิ้วชัดเจนปัดขวางเอาไว้
คนผู้นั้นเข้ามาโดยไม่รู้ตัวตั้งแต่เมื่อใด ยังพกพาไอเย็นเยียบดุร้ายติดตัวมาด้วย เขาปัดแขนของอีกฝ่ายออกอย่างแรง แทรกตัวเข้ามาครองที่หมายอย่างถือดีและบังอาจ เมื่อหันหน้ามา ดวงตาคู่งามเย้ายวนราวกับกลีบท้อที่ไร้เทียมทานก็คมกริบจับใจ
ซูจ้านถูกเขาผลักจนซวนเซ นิ่งอึ้งไป มุ่นคิ้วมองไปทางหลี่ฉางเช่อ
หลี่ฉางเช่อหัวเราะเย็นชา กดอารมณ์เอาไว้ “หากข้าไม่มา ท่านซื่อจื่อซูก็จะมองดูคุณหนูเซวียตายไปต่อหน้าต่อตาเช่นนั้นหรือ”
ซูจ้านได้ยินเสียงเลื่อนลอยของตัวเอง “ข้ามิได้เป็นเช่นนั้น”
หลี่ฉางเช่อน้ำเสียงเข้มงวด ดวงตาก็เยือกเย็นน่าสะพรึง “ไสหัวไป”
ซูจ้านสีหน้าเย็นชาเล็กน้อย ก้าวขึ้นไปขวางการกระทำของหลี่ฉางเช่อที่กำลังตรวจดูเสื้อผ้าของเซวียหนิง พลางตวาดขึ้นด้วยโทสะ “เจ้ามันชายต่างสกุล จะเข้ามาในห้องหอของนางได้อย่างไร!”
