ฟ้าค่อย ๆ มืดลง นกแก้วทุกตัวที่มองเห็นถูกจับหมดแล้ว เย่ชิงมองซากนกที่เหลืออยู่ ถอนหายใจ ก่อนช่วยคุณลุงภารโรงเก็บนกใส่รถขยะ
เธอบ่นขึ้นมาประโยคหนึ่งว่า “เลิกงาน!”
“หา เลิกงานแล้วเหรอ?”
“ฟ้ามืดแล้วไม่เลิกงานจะให้ทำอะไร?”
“งั้นฉันไปกินข้าวบ้านเธอได้ไหม?”
“คิดอะไรอยู่ คืนนี้ฉันจะไปกินข้าวบ้านน้องสาวต่างหาก นายจะมาวุ่นวายอะไรด้วย!”
“งั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นฉันไปล้างรถดีกว่า กลิ่นในรถนี่นะ เฮ้อ...”
เย่ชิงไม่สนใจเจียงวั่ง รองเลขาธิการที่ไม่รู้จักเว้นระยะห่างคนนี้ ขี่รถไฟฟ้าจากไปทันที
ไม่นานเธอก็มาถึงหน้าบ้านของเย่ชู ประตูรั้วบ้านเย่ชูแง้มอยู่ กลิ่นหอมกรุ่นจากการทำอาหารลอยออกมาจากลานบ้าน
เดิมทีเย่ชิงยังกังวลว่าเย่ชูจะทำกับข้าวไม่เป็น แต่พอได้กลิ่นก็วางใจ เย่ชูอยู่บ้านคนเดียวคงไม่ปล่อยให้ตัวเองอดหรอก เธอตะโกนเรียกเสียงดัง
“เสี่ยวชู ฉันกลับมาแล้ว กินข้าวหรือยัง?”
“พี่ชิงชิงกลับมาแล้วเหรอ?”
“พี่ชิงชิงกลับมาแล้วเหรอ?”
“พี่ชิงชิง?”
“ฮึ่ม~” ทันใดนั้นห่านขาวตัวใหญ่สองตัวก็สยายปีก ยืดคอ แล้วพุ่งตรงเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว
“เฮ้ย!” เย่ชิงกระโดดออกไปนอกประตูทันที หลบการโจมตีของห่านสองตัว “เสี่ยวชู ห่านบ้านเธอเก่งชะมัด เฝ้าบ้านเป็นแล้วด้วย!”
เย่ชูได้ยินเสียงก็รีบเดินออกมาจากครัว เตะขาไปในอากาศทีหนึ่ง ห่านทั้งสองเหมือนโดนเตะจริง ๆ พวกมันกระพือปีกเดินต้วมเตี้ยมไปทางคอกไก่ เย่ชูเปิดประตูรั้วให้
“พี่ชิง กลับมาหลังเสร็จงานแล้วเหรอ? รีบเข้ามากินข้าวสิ ฉันหุงข้าวกับฟักทองไว้หน่อย แล้วก็ผัดผักโทงเทง รสอ่อน ๆ ไปนิด เดี๋ยวฉันทำกับข้าวเพิ่มอีกอย่างนะ”