เย่ชูกำลังจะบอกว่าทนายไม่มีอะไรต้องกำชับแล้ว แต่ก็เห็นเขาหันกลับไปวางน้ำผึ้งลงในรถที่จอดอยู่นอกประตูอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ถือกระเช้าผลไม้แบบจัดพิเศษเข้ามา
“คุณเย่ครับ จิ่งจวินฝากขอบคุณที่คุณส่งน้ำผึ้งมาให้ เขาคิดว่าคุณคงไม่ทราบมูลค่าตลาดของน้ำผึ้งชนิดนี้ พอเขาสืบราคาแล้ว พรุ่งนี้จะนำเงินมามอบให้คุณด้วยตัวเอง วางใจได้ครับ จิ่งจวินไม่ปล่อยให้คุณเสียเปรียบแน่นอน”
เย่ชูกระจ่างแล้ว โมโมชื่อจิ่งจวินนี่เอง เธอไม่เสียเปรียบแน่ แค่เงินทิปจากโมโมก็มากพอแล้ว
“นี่เป็นของที่คุณผู้ชายของผมฝากมาให้ครับ เขาเห็นว่าคุณชอบกินบ๊วยจีนมาก แต่ของที่บ้านคุณยังไม่สุก อย่าฝืนกินเลยครับ กินของที่ออกผลเร็วไปก่อน รสชาติอาจเทียบกับของที่บ้านคุณไม่ได้ แต่ก็ถือว่าไม่เลว”
คุณผู้ชาย? ไม่ใช่โมโมหรอกหรือ เย่ชูคิดไปเองว่าเป็นญาติผู้ใหญ่ของโมโม คนที่มีโอกาสเป็นไปได้มากที่สุดก็คือคุณปู่ที่เขาชอบพูดถึง แถมยังแย่งของกับเขาอยู่บ่อย ๆ
แค่เห็นเธอเปรี้ยวจนทำหน้าไปสองครั้งเพราะบ๊วยจีนที่บ้านตัวเอง ก็ส่งบ๊วยจีนมาให้แล้ว คนในครอบครัวของโมโมช่างรู้จักวางตัวได้อย่างน่าประทับใจ
“ฝากขอบคุณผู้สูงอายุท่านนั้นแทนฉันด้วยนะ เอ่อ... ฉันไม่มีอะไรจะตอบแทน พอดีห่านที่บ้านออกไข่แล้ว ไข่ห่านไม่เลวเลย คุณช่วยเอาไปให้ท่านสักสองสามฟองนะ!”
แก่หรือ ทนายกลืนคำพูดที่จวนเจียนจะหลุดออกมาลงคอไปอีกครั้ง ในเมื่อคุณอู๋หยางไม่ได้บอกให้แจ้งตัวตนของตัวเองแก่คุณเย่ เขาก็ไม่ควรพูดมาก
แต่จะเอาไข่ห่านกลับไปหรือ ทนายมีสีหน้าพิลึกอยู่บ้าง
ไม่ต้องพูดถึงบ้านคุณอู๋หยางเลย แม้แต่ตระกูลเถาก็ไม่ได้ขาดของพวกนี้ พวกเขาร่วมมือกับฟาร์มมืออาชีพ สินค้าที่ส่งถึงบ้านล้วนเป็นของพิเศษทั้งนั้น