เสียงต่อสู้ดังมาจากกลางลาน
ม่อซังอวี๋เกิดความสงสัย หรือจะเป็นคนที่ตามนางกลับมา?
นางเปิดประตูห้องออกไป เห็นเงาดำร่างหนึ่งพลิกข้ามกำแพงลานหนีไปอย่างรวดเร็ว ส่วนเงาดำอีกร่างกำลังจะไล่ตาม
เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู เงาดำที่อยู่ด้านหลังหันกลับมามองแวบหนึ่ง ก่อนจะไล่ตามต่อ แต่ม่อซังอวี๋เรียกเอาไว้
“ไม่ต้องตามแล้ว”
ม่อซังอวี๋เดินเข้าไปหานาง “หลายวันนี้คนที่ลอบติดตามข้าอยู่ ก็คือเจ้าใช่หรือไม่”
ร่างของเยว่อิ่งแข็งทื่อขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
นางรู้ได้อย่างไรกัน?
เยว่อิ่งเป็นองครักษ์นรกอันดับหนึ่งข้างกายเฟิ่งสิงอวี้ เชี่ยวชาญการซ่อนตัวและสะกดรอย ทั้งยังเป็นผู้บำเพ็ญยุทธ์ที่เก่งกาจที่สุด คนที่ถูกนางจับตาหรือเฝ้าติดตาม ไม่เคยมีใครพบตัวนางมาก่อน
ม่อซังอวี๋เป็นคนแรก
ความตื่นตะลึงของเยว่อิ่งเกิดขึ้นเพียงชั่วขณะ ก่อนจะกลับคืนสู่ความสงบ
การปล่อยให้อารมณ์เผยออกมา ต่อหน้าผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง ย่อมเป็นวิธีเปิดเผยตัวเองได้ง่ายที่สุด
ดังนั้นไม่ว่าจะตกตะลึงหรือประหลาดใจเพียงใด นางก็ไม่อาจแสดงปฏิกิริยามากเกินไป
“พระชายา”
ในเมื่อถูกพบตัวแล้ว เยว่อิ่งก็ยอมรับได้อย่างรวดเร็ว นางหันกลับมาก้มศีรษะตอบ “เป็นข้าน้อยเอง”
“เจ้าชื่ออะไร”
“เยว่อิ่ง”
“อืม”
ม่อซังอวี๋พยักหน้า ไม่ได้พูดอะไรอื่น เพียงกล่าวว่า “คนชุดดำที่บุกเข้ามาเมื่อครู่ น่าจะตามมาจากสังเวียนสัตว์ เจ้าวางใจเถิด ช่วงนี้ข้าจะไม่ไปที่นั่นอีก หากคราวหน้ายังกล้าบุกเข้ามา ข้าจะทำให้มันมาแล้วไม่ได้กลับไปแน่”
เยว่อิ่ง “...เจ้าค่ะ”
ช่วงหลายวันนี้เยว่อิ่งจับตามองม่อซังอวี๋ทุกวัน นับเป็นคนที่เข้าใจม่อซังอวี๋มากที่สุดคนหนึ่ง
นางรู้ว่าคำพูดของม่อซังอวี๋มิใช่คำโอ้อวด
เพียงแต่ในร่างของม่อซังอวี๋ไม่มีพลังวิชาแท้อยู่ชัด ๆ แล้วนางทำได้อย่างไรกัน?
“พระชายา”
เยว่อิ่งลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยอธิบายว่า “ที่คนผู้นั้นกล้าบุกเข้ามาในคืนนี้ เป็นเพราะองค์ชายไม่อยู่ในจวน เมื่อองค์ชายกลับมาแล้ว พวกเขาย่อมไม่กล้ามาอีก”
นี่กำลังหาทางกู้หน้าคืนให้เจ้านายของตนอยู่หรือ?
“โอ้...”
ม่อซังอวี๋ลากเสียงยาวแล้วพยักหน้า “เช่นนั้นก็ดีที่สุด”
กล่าวจบก็หันหลังกลับเข้าห้อง
