นางยื่นมือไปทางเฟิ่งสิงอวี้ “ให้ข้าห้าร้อยตำลึง ค่าเข้าสังเวียน”
เงินทั้งหมดที่ชนะมาก่อนหน้านี้ นางใช้จนหมดเกลี้ยงแล้ว
ตอนนี้นางตัวเปล่า ไม่มีเงินติดตัวสักอีแปะ
ทุกคน “……”
หยานฉิงขยับเข้าไปใกล้เฟิ่งสิงอวี้ แล้วกระซิบเสียงเบา “ฝ่าบาท ห้าร้อยตำลึงเชียวนะ ไม่ใช่จำนวนเล็กน้อย หากพระชายาแพ้ขึ้นมา……”
“ให้หมัวมัวอวี้ไปหยิบเงินห้าร้อยตำลึงจากคลังส่วนบุคคลของข้า มอบให้พระชายา”
เฟิ่งสิงอวี้สั่งโดยไม่ลังเล
หา?
สีหน้าหยานฉิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ฝ่าบาท นั่นคือเงินห้าร้อยตำลึงที่พระองค์ทรงเก็บสะสมมาตั้งแปดปี หมัวมัวบอกว่าให้เก็บไว้ใช้ตอนที่พระองค์จะอภิเษก……”
พูดถึงตรงนี้ เขาก็รีบยกมือปิดปาก
ไม่ถูกสิ
พระชายาก็มิใช่หรือ?
เช่นนั้นเงินห้าร้อยตำลึงนี้มอบให้พระชายา ก็ดูเหมือนจะถูกต้องแล้ว
เฟิ่งสิงอวี้ปรายตามองหยานฉิงด้วยแววตาเย็นชา หยานฉิงยิ้มแห้ง ๆ แล้วหดคอ
ขออภัย เขาลืมไปเสียแล้ว
“พระชายา รอสักครู่ ข้าจะไปหาหมัวมัวเอาเงินมาให้ท่านเดี๋ยวนี้”
“เอ๊ะ รอก่อน……”
เมื่อม่อซังอวี๋ได้ยินหยานฉิงบอกว่า นั่นคือเงินห้าร้อยตำลึงที่เฟิ่งสิงอวี้เก็บสะสมมานานถึงแปดปี อีกทั้งตั้งใจเก็บไว้ใช้ยามแต่งภรรยา นางก็พลันไม่อยากรับขึ้นมา
ทว่าหยานฉิงวิ่งเร็วเกินไป นางจะห้ามก็ไม่ทันแล้ว
นี่……
แม้เงินก้อนนี้นางจะไม่มีทางแพ้ก็ตาม
แต่เอาเงินทุนสำหรับแต่งภรรยาของคนอื่นมา……
“อย่าไปฟังเขาพูดเหลวไหล เงินนั่นหมัวมัวเก็บไว้ให้ข้ามาตลอด ไม่ได้คิดจะเอาไปทำอะไร ต่อให้แพ้ก็ไม่เป็นไร”
เฟิ่งสิงอวี้เห็นว่าม่อซังอวี๋ดูจะเกรงใจ จึงเอ่ยอธิบายอย่างเรียบเฉย
ม่อซังอวี๋พยักหน้า
กู้จิ่นจือเห็นบรรยากาศเริ่มกระอักกระอ่วน จึงเผ่นหนีไปทันที
หยวนเจาก็รีบหนีตามไปด้วย
เขายังต้องไปโรงรับเงิน ดูว่าจะเก็บเงินกู้ดอกเบี้ยโหดที่ปล่อยไปก่อนหน้านี้คืนมาได้หรือไม่ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย
ม่อซังอวี๋ต้องรอหยานฉิงไปเอาเงินมา จึงจำต้องอยู่ในห้องหนังสือไปก่อน
นับตั้งแต่คืนนั้น เมื่อนางคิดว่าตนกับเฟิ่งสิงอวี้มีความสัมพันธ์เกินเลยกันแล้ว ก็เอาแต่กังวลว่าเฟิ่งสิงอวี้จะให้นางรับผิดชอบ เวลาผ่านไปหลายวัน เขากลับไม่เอ่ยถึงเรื่องคืนนั้นอีก นางจึงค่อย ๆ คลายใจลง
ม่อซังอวี๋กำลังครุ่นคิด
