เฟิ่งสิงอวี้ไม่เข้าใจ
ให้พวกนั้นเห็นเขาตายด้วยตาตัวเองงั้นหรือ?
“เจ้าอยากให้ข้าแสดงละครให้พวกเขาดูหรือ?”
“ไม่ต้อง”
ม่อซังอวี๋ส่ายหน้าอย่างเรียบเฉย “ไม่ยุ่งยากถึงเพียงนั้น เจ้าไม่จำเป็นต้องออกหน้าเอง”
“เช่นนั้นเจ้า...คิดจะหาคนที่หน้าตาคล้ายข้าหรือ?”
“ไม่ใช่คนที่หน้าตาคล้าย แต่เป็นคนที่เหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว...หุ่นปลอม”
“หืม?”
เฟิ่งสิงอวี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่ายากจะเข้าใจ
หุ่นปลอมหรือ?
ไม่ว่าร่างแทนหรือการแปลงโฉมจะเหมือนจริงเพียงใด ก็ยากจะรอดพ้นสายตาของยอดฝีมือที่แท้จริง
ยิ่งไปกว่านั้น นี่ยังเป็นเพียงหุ่นปลอม
นานทีจะเห็นเฟิ่งสิงอวี้ใคร่รู้อย่างยิ่ง ม่อซังอวี๋จึงยอมแสดงให้เขาดูสักครั้ง
นางยกนิ้วขึ้น แสงสีนิลเข้มจาง ๆ สายหนึ่งพลันเอ่อออกจากปลายนิ้ว ค่อย ๆ รวมตัวเป็นเครื่องรางน้ำแข็งโปร่งใสชิ้นหนึ่ง
“ร่างแยกนอกกาย”
นางโยนเครื่องรางน้ำแข็งขึ้นกลางอากาศ แววตาพลันแน่วแน่ “ปรากฏ!”
สิ้นเสียงของนาง เครื่องรางน้ำแข็งที่ลอยอยู่ก็หมุนคว้าง แสงสว่างวาบเจิดจ้าขึ้นทันที
ภายใต้สายตาตื่นตะลึงเล็กน้อยของเฟิ่งสิงอวี้ เค้าโครงร่างคนพลันปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว จากภาพลวงตากลายเป็นรูปธรรม ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นทีละน้อย
แสงสว่างสลายไป
“เฟิ่งสิงอวี้” อีกคนหนึ่งปรากฏขึ้นกลางห้องหนังสืออย่างเด่นชัด
เสื้อคลุมสีเข้มแบบเดียวกัน รูปร่างสูงสง่าไม่ต่างกัน คิ้วตาเย็นชาและงดงามร้ายกาจเหมือนกัน แม้แต่ความเฉยเมยห่างเหินระหว่างคิ้วก็ไม่ต่างแม้แต่น้อย
เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ลมหายใจสม่ำเสมอ ดวงตาสงบมองเฟิ่งสิงอวี้
หากไม่ได้เห็นกับตาตนเอง เฟิ่งสิงอวี้คงคิดว่าตรงหน้ามีกระจกบานหนึ่งที่สะท้อนภาพได้ชัดเจนอย่างยิ่ง
เขามองพินิจอย่างละเอียด พบว่าแม้แต่รอยยับเล็ก ๆ บนปกเสื้อ เงาที่ขนตาทอดลงมา ก็เหมือนกันทุกประการ
เหมือนจริงจนน่าหวาดหวั่น
สิ่งเดียวที่เขาพบว่าแตกต่าง คือหุ่นปลอมตัวนี้มีกลิ่นอายประหลาดที่มิใช่มนุษย์แฝงอยู่
หากไม่เข้าไปใกล้ ก็ยากจะสังเกตเห็น
สำนักเฮยอวิ๋นมีวิชาอันลึกลับยากหยั่งถึงและไม่เคยได้ยินมาก่อนเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด?
เฟิ่งสิงอวี้จ้องมองตัวเขาอีกคนที่อยู่ตรงหน้า จะบอกว่าไม่ตกตะลึงย่อมเป็นไปไม่ได้
