สายตาของเฟิ่งสิงอวี้ทอดข้ามเปลวเทียนที่สั่นไหว มุ่งไปยังห้องริมตะวันออกนอกหน้าต่าง
เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นช้า ๆ
“นางเคยบอกว่า ที่ฆ่าคนผู้นั้นเพราะอีกฝ่ายคอยข่มขู่นางอยู่ตลอด”
“เพียงเพราะเรื่องนี้หรือ”
หยานฉิงไม่ค่อยเชื่อนัก “ถ้าเช่นนั้นนางก็ไม่สนใจผลที่จะตามมาเลยหรือ นี่คือกรมหน้าพระที่นั่ง คนที่ถือตราอาญาสิทธิ์รูปมังกรได้ ย่อมเป็นคนที่ฮ่องเต้ทรงให้ความสำคัญอย่างยิ่ง นางฆ่าคนผู้นี้ ก็เท่ากับเป็นศัตรูกับฮ่องเต้อย่างสิ้นเชิง……”
“นั่นสิ แบบนี้น้องสาวของนางไม่ยิ่งตกอยู่ในอันตรายหรือ ข้ารู้สึกว่านางไม่คิดจะสนใจน้องสาวของตัวเองเลยด้วยซ้ำ”
เมื่อครู่ยังถูกบังคับให้ทำภารกิจเพื่อช่วยน้องสาว แต่พริบตาต่อมากลับสังหารคนที่ออกคำสั่งได้อย่างไม่สะทกสะท้าน
สุขุม เด็ดขาด โหดเหี้ยม และยากจะหยั่งถึง
ทั้งยังประหลาดชอบกล!
“นางเอาความมั่นใจมาจากไหนกันแน่”
“นางอยู่ฝ่ายไหนกันแน่”
หยานฉิงกับหยวนเจาผลัดกันออกความเห็น แต่พูดคุยกันอยู่นานก็ยังไม่ได้ข้อสรุปอะไร
เพราะทุกคนยิ่งมองก็ยิ่งไม่เข้าใจม่อซังอวี๋ผู้นี้
นางดูราวกับเป็นปริศนา
จะทำอะไร ล้วนขึ้นอยู่กับอารมณ์ของนางเอง
“ไม่ว่าอย่างไร นางฆ่าอาหลินกับอาหู่จริง ๆ……”
“เลิกวิเคราะห์นางได้แล้ว ต่างคนต่างไปทำสิ่งที่ควรทำเถอะ”
กู้จิ่นจือลุกขึ้นยืน ปิดบทสนทนานี้ลง “ท่านอ๋อง ช่วงนี้ท่านเหน็ดเหนื่อยมากแล้ว พักผ่อนให้ดีเถิด ต่อจากนี้ยังไม่รู้ว่าจะต้องรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินเช่นไร ท่านต้องรักษาพระวรกายให้ดี”
“ท่านกูโปรดวางใจ”
เฟิ่งสิงอวี้พยักหน้า
ทุกคนจึงพากันออกไป
“หยานฉิง”
เพิ่งเดินมาถึงประตู เฟิ่งสิงอวี้ก็เอ่ยเรียกหยานฉิงไว้ หยานฉิงหันกลับมา “ท่านอ๋อง ยังมีเรื่องใดหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“ข้าเตือนเจ้าไว้ก่อน คนที่นางฆ่าในคืนนี้เป็นผู้บำเพ็ญยุทธ์ชั้นเจ็ด”
หยานฉิงชะงักไป สีหน้าแข็งค้าง
ผู้บำเพ็ญยุทธ์ชั้นเจ็ด หากมองไปทั่วแคว้นจิ๋วโจวและแคว้นต่าง ๆ ก็ถือเป็นยอดฝีมือชั้นแนวหน้า
ก่อนหน้านี้หยานฉิงเคยภาคภูมิใจกับเรื่องนี้อยู่พักหนึ่ง คนที่อยู่ข้างกายท่านอ๋อง นอกจากท่านอ๋องแล้ว ก็มีเขาที่ฝีมือยุทธ์สูงที่สุด
อ้อ เยว่อิ่งไม่นับด้วย ไม่มีใครรู้ว่าเยว่อิ่งเป็นผู้บำเพ็ญยุทธ์ขั้นใด
ทว่า
