เวลาอาหารค่ำ
อาหารค่ำมื้อนี้หมัวมัวอวี้จัดเตรียมด้วยตนเอง นางรู้ดีว่าม่อซังอวี๋กับเฟิ่งสิงอวี้แทบไม่เคยกินอาหารด้วยกัน ทุกครั้งล้วนส่งอาหารแยกไปให้พวกเขา
คืนนี้นางจัดอาหารค่ำไว้สองชุด ชุดหนึ่งมอบให้เฟิงเหมียน พร้อมกำชับว่าต้องคอยดูม่อซังอวี๋กินต่อหน้า โดยเฉพาะต้องดื่มซุปให้หมด หากนางไม่ดื่ม ก็ให้เตือนนาง
ซุปนี้เคี่ยวขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อบำรุงร่างกายนาง
เฟิงเหมียนซื่อบื้อไม่น้อย ตบอกยืนยันว่าจะทำภารกิจให้สำเร็จ
จากนั้นก็ส่งอาหารอีกชุดให้ชิงอู้ นำไปไว้ที่ห้องหนังสือ พร้อมกำชับเช่นกันว่าเฟิ่งสิงอวี้จะไม่กินอย่างอื่นก็ได้ แต่ต้องดื่มซุป
ชิงอู้ไปซื้อของสิ่งนี้พร้อมกับหมัวมัวอวี้ ย่อมรู้ดีว่ามันสำคัญเพียงใด
นางจึงพยักหน้ารับปากทันทีว่าจะไม่ปล่อยให้แม่นมเหนื่อยเปล่า
มื้ออาหารค่ำผ่านไปอย่างราบรื่น
ม่อซังอวี๋กับเฟิ่งสิงอวี้ได้ยินว่าซุปนี้หมัวมัวอวี้เคี่ยวด้วยตนเอง เพื่อบำรุงร่างกายให้พวกเขาโดยเฉพาะ ทั้งคู่จึงไม่ได้นึกสงสัยอะไร และดื่มจนหมดอย่างให้เกียรติ
หลังดื่มเสร็จ ม่อซังอวี๋ก็ไปอาบน้ำก่อน
เปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าสบาย ๆ แล้วนางก็เดินไปยังห้องหนังสือของเฟิ่งสิงอวี้
ภายในห้องหนังสือมืดสนิท
ไม่ใช่ว่าคืนนี้จะหารือแผนการรบกันหรือ
เหตุใดจึงไม่มีใครสักคน
ม่อซังอวี๋ไม่รู้เลยว่าหมัวมัวอวี้ยืนเฝ้าอยู่ตรงประตูเรือน คอยไล่ทุกคนที่มา
มาหนึ่งคนก็ไล่หนึ่งคน มาสองคนก็ไล่ทั้งคู่
แม้แต่กู้จิ่นจือมาก็ไม่มีประโยชน์
“หมัวมัว พวกเรามีเรื่องสำคัญต้องหารือกัน ท่านอย่ามาก่อกวนได้หรือไม่”
“คืนนี้ท่านอ๋องกับฮูหยินมีเรื่องสำคัญกว่านั้นต้องทำ ต่อให้พวกเจ้ามีเรื่องใหญ่เท่าฟ้าก็ค่อยว่ากันพรุ่งนี้”
หมัวมัวอวี้ยืนขวางอยู่กลางประตูราวกับเทพเฝ้าประตู ในมือถือลูกไม้ปัดฝุ่นขนไก่ ใครกล้าเข้าใกล้แม้แต่ก้าวเดียว ก็จะถูกนางฟาดโดยไม่ไว้หน้า
พอหญิงชราเอาแต่ใจขึ้นมา ก็รับมือไม่ไหวจริง ๆ
ไม่มีใครกล้าหาเรื่องนาง
กู้จิ่นจือมองเข้าไปในเรือนที่มืดสนิท แม้แต่บ่าวที่ปกติกวาดลานเรือนก็ไม่เห็นเงา เขาขมวดคิ้วอย่างสงสัย
“หมัวมัว คืนนี้ท่านจะทำอะไรกันแน่”
“แน่นอนว่าทำเรื่องดี ๆ”
