ม่อซังอวี๋เหลือบมองเงามืดเบื้องหลัง ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“คุณหนู จะให้บ่าวเข้าไปดูหรือไม่เจ้าคะ” ไยจื้อก้าวเข้ามาถามเสียงเบา
“ไม่ต้อง”
ตราบใดที่ไม่มาก่อเรื่อง นางก็คร้านจะไปสนใจ
งานเลี้ยงเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ บรรยากาศคึกคักครื้นเครงยิ่งนัก
อู๋มู่เลดูตื่นเต้นเป็นพิเศษ ยกจอกสุราขึ้นคารวะม่อซังอวี๋
“คุณหนูม่อ นี่คือน้ำนมหมักที่แรงที่สุดบนทุ่งหญ้าของเรา ลองชิมดูสิ”
เขายื่นจอกสุรามาตรงหน้าม่อซังอวี๋ ดวงตาเปี่ยมรอยยิ้มที่ปฏิเสธไม่ได้ ทั้งยังแฝงแววทดสอบอยู่เล็กน้อย...
ม่อซังอวี๋รับจอกสุรามา แต่ยังมิได้ดื่มทันที
ญาณของนางกวาดผ่านอู๋มู่เลอย่างเงียบงัน
ตั้งแต่งานเลี้ยงเริ่มขึ้น นางก็สังเกตเห็นแล้วว่าลมหายใจของอู๋มู่เลผิดปกติอยู่บ้าง
ในร่างเขามีกระแสพลังเย็นเยียบสายหนึ่ง เดี๋ยวเข้มข้นเดี๋ยวแผ่วเบา
ภายนอกดูไม่ผิดปกติแม้แต่น้อย ทว่าม่อซังอวี๋สัมผัสได้ว่าเขาคล้ายกำลัง...ฝืนทนอยู่
บาดเจ็บหรือ
ดูไม่เหมือนนัก
“คุณหนูม่อ ไม่ไว้หน้ากันหรือ”
เห็นม่อซังอวี๋ไม่ยอมดื่มเสียที อู๋มู่เลก็เผยสีหน้าไม่พอใจ
“หัวหน้าเผ่ามีน้ำใจ ข้าย่อมไม่กล้าปฏิเสธ”
ม่อซังอวี๋ยกจอกขึ้น กำลังจะดื่ม สีหน้าของอู๋มู่เลกลับชะงักไปแวบหนึ่งอย่างยากสังเกต
หว่างคิ้วของเขามีไอสีเขียวคล้ำวาบผ่าน ก่อนจะลุกพรวดขึ้นยืนแล้วกล่าวยิ้ม ๆ กับทุกคนว่า “ทุกท่านเชิญดื่มกินกันตามสบาย ข้าไปประเดี๋ยวเดียวก็กลับมา”
กล่าวจบ เขาก็ไม่รอให้ใครตอบสนอง ก้าวยาว ๆ มุ่งไปยังเต็นท์ใหญ่ของตน
ฝีเท้าแม้มั่นคง ทว่ากลับแฝงความเร่งร้อนอยู่ราง ๆ
แววตาของม่อซังอวี๋ไหววูบ
นางวางจอกสุราลง ส่งสายตาให้ไยจื้อ
ไยจื้อเข้าใจทันที จึงพยักหน้า
ม่อซังอวี๋หาเหตุผลเตรียมลุกออกไป ทว่าหัวหน้านักรบคนหนึ่งกลับเดินเข้ามาทักกะทันหัน “เจ้าคือคุณหนูม่อใช่หรือไม่ สะดวกดื่มสักจอกเพื่อทำความรู้จักกันหรือไม่”
“พี่เมิ่งเฮ่อ”
อูยาเห็นดังนั้นก็รีบลุกขึ้น เดินไปลากหัวหน้านักรบคนนั้นออกไป “อย่าทำให้ผู้มีพระคุณของข้าตกใจสิ อยากดื่มสุราก็มาดื่มกับข้า”
หลังลากคนผู้นั้นออกไปแล้ว อูยาก็หันมามองม่อซังอวี๋ ก่อนจะยิ้มให้กันอย่างรู้ใจ