ในขณะนั้น หยุนจิ่นวางแก้วไวน์ลง และลุกขึ้นจากเก้าอี้
ชุดราตรียาวเนื้อนุ่มพลิ้วไหวไปตามการเคลื่อนไหวของเธอ
เธอเดินด้วยฝีเท้าเนิบนาบ มุ่งตรงไปยังหลี่มู่
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพรมแทบไม่ได้ยิน เกือบทุกสายตาจับจ้องตามร่างของเธอไป
หมัดของฉู่จวิ้นที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่น ข้อนิ้วเกิดเสียงกรอบแกรบเบาๆ
จางอวี่พิงหลังเก้าอี้ กอดอก มุมปากแต้มรอยยิ้มสมใจอย่างคนดูมวย
เจี่ยงอวี่ยกถ้วยชาขึ้น ดื่มเพื่อบังสีหน้า แต่สายตายังคงจับจ้องมาทางนี้
เฉียนซาซาไม่ได้หันกลับไป แต่เธอก็พอจะเดาได้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น
ส่วนเอลินาหันกลับมามอง ปากอ้าเล็กน้อย สีหน้าซับซ้อน
หยุนจิ่นเดินมาหยุดตรงหน้าหลี่มู่
ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ไม่ถึงครึ่งเมตร เธอได้กลิ่นครีมอาบน้ำอ่อนๆ จากตัวเขา
หลี่มู่เองก็ได้กลิ่นหอมของดอกไม้และน้ำหอมบางอย่างจากเธอเช่นกัน
“หลับสบายไหม” หยุนจิ่นเอียงศีรษะเล็กน้อย เสียงนุ่มละมุนราวขนนกที่ร่วงหล่นบนผ้ากำมะหยี่
เธอกลับรู้ด้วยว่าหลี่มู่เพิ่งงีบหลับไป
“ก็ใช้ได้”
หลี่มู่ตอบสั้นๆ เรียบๆ
หยุนจิ่นยิ้มออกมา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจราวกับรู้อยู่แล้วว่าเขาจะตอบเช่นนั้น
เธอยกมือขึ้น ปลายนิ้วแตะลงบนหัวไหล่ของเขา ไล้ไปตามตะเข็บของเสื้อแจ็กเก็ตอย่างช้าๆ ก่อนจะหยุดที่ปกคอเสื้อ
นิ้วเรียวยาวขาวซีดของเธอทาเล็บสีแดงเข้ม สีเดียวกับเล็บเท้าที่เขาเห็นเมื่อบ่าย
“เสื้อแจ็กเก็ตตัวนี้ไม่เลวนี่” เสียงเธอเบาลงอีก แทบจะเป็นเสียงกระซิบที่ได้ยินกันเพียงสองคน “แต่เธอใส่อะไรก็ดูดีทั้งนั้น”
พูดพลางเธอโน้มตัวไปข้างหน้า
ลำคอขาวผ่องสะท้อนแสงไฟนวลตา เงาใต้กระดูกไหปลาร้าขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจ ปกคอชุดราตรีเลื่อนต่ำลงอีกเมื่อเธอโน้มตัว เผยให้เห็นทิวทัศน์ชวนให้ใจสั่นไหวมากขึ้น
