ไอร้อนจากบ่อน้ำลอยอ้อยอิ่งขึ้นมา แผ่ซ่านบนใบหน้าทุกคน
เฉียนซาซากับเอลินาสบตากัน แววตาสบกันเพียงชั่วครู่ ต่างอ่านความหมายของอีกฝ่ายออก
ก็อย่างที่หลี่มู่บอก บางเรื่องพูดได้ บางเรื่องก็พูดไม่ได้
เฉียนซาซากระแอมเบา ๆ น้ำเสียงไม่ดัง แต่กลับทำให้ทุกคนเงียบลงและหันมามองเธอ
“วันนี้พวกเราไปหอคลังตำรามา”
เธอเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ เหมือนกำลังเล่าเรื่องไม่สลักสำคัญอะไร
หยุนจิ่นเอนตัวพิงขอบบ่อ มือทั้งสองข้างพาดบนขอบหินเรียบ ผ้าขนหนูสีขาวนวลพันกายหลวม ๆ พอได้ยินก็เอียงหน้ามองนิดหนึ่ง แววตาดูตั้งใจขึ้นมาเล็กน้อย
“หอคลังตำรามีสามชั้น หนังสือเยอะมาก มีหลายประเภท วรรณกรรมดังจากทั้งจีนโบราณและต่างประเทศมีครบ”
เฉียนซาซาเล่าไปพลางใช้นิ้ววาดไปมาบนผิวน้ำอย่างไม่รู้ตัว “เราเจอกลไกข้างในหลายจุดเลย”
พูดจบ ร่างของเจี่ยงอวี่และซุนอิ่งก็โน้มมาข้างหน้าอย่างไม่รู้ตัว
“กลไกอะไร” เจี่ยงอวี่อดถามต่อไม่ได้
“วงแหวนเวทมนตร์อันหนึ่ง แยกพวกเราสามคนออกจากกัน แล้วก็มืดสนิท มีแต่ไฟฉายนั่นเท่านั้นที่ใช้ได้”
“ดีที่พวกเราฉลาดกันมาก สุดท้ายก็ถอดรหัสสำเร็จ ออกจากหอคลังตำรามาได้”
น้ำเสียงของเฉียนซาซาสงบนิ่ง ถึงขั้นแฝงความไม่ใส่ใจเล็กน้อย
เอลินาฟังอยู่ข้าง ๆ พยักหน้าในใจเงียบ ๆ
คำพูดของเฉียนซาซาครั้งนี้จริงปนเท็จ แถมน้ำเสียงก็พอเหมาะพอเจาะ
ทั้งจริงใจแฝงความหวาดหวั่น ส่วนความหวาดหวั่นนั้นก็เผยความภาคภูมิใจจาง ๆ ถ้าเป็นเธอบ้าง ก็คงเชื่อแล้ว
“แล้วพวกคุณเจออะไรบ้างไหม”
ซุนอิ่งถามตรง ๆ สายตากวาดไปมาระหว่างใบหน้าของเฉียนซาซากับเอลินา
เฉียนซาซาส่ายหัว สีหน้าดูเสียดาย “ไม่มีเลย ออกจากหอคลังตำรามาได้ก็นับว่าบุญใหญ่แล้ว”
