คลิปวิดีโอการแข่งขันถูกโรงเรียนอัปโหลดลงเพจสาธารณะ
ตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีกระแสอะไร แค่ทำภารกิจประชาสัมพันธ์ให้เสร็จ แต่คืนที่โพสต์ลงไป โทรศัพท์ของครูหลินก็แทบระเบิด
เริ่มจากในกลุ่มผู้ปกครองมีคนส่งต่อมาว่า “นี่เด็กโรงเรียนเราหรอ? เก่งเกินไปแล้วนะ!”
จากนั้นก็ถูกนำไปเผยแพร่ในแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น
ภายในสามวัน ยอดเข้าชมทะลุห้าล้าน
ส่วนคอมเมนต์ล้นทะลัก
“เด็กน้อยนี่อายุกี่ขวบ? เล่าได้ดีกว่าผู้ใหญ่หลายคนอีก”
“ฉันร้องไห้เลย ไม่ใช่แบบถูกบีบอารมณ์ให้ซึ้งนะ แต่เป็นแบบที่โดนความจริงใจกระทบจนน้ำตาไหล”
“เธอบอกว่าทุกคำพูดเป็นความจริง ฉันเชื่อ สายตาแบบนั้นแสดงไม่ได้หรอก”
“เรื่องสิบแปดผู้กล้าแห่งภูเขาไท่หางฉันรู้ดี แต่พอมันถูกเล่าโดยเด็กอายุแปดขวบ ความรู้สึกมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง”
“เด็กคนนี้มีอะไรบางอย่างในตัว เหมือนเธอเคยเจอคนพวกนั้นมาจริง ๆ ยังไงก็ไม่รู้สิ”
“มีใครรู้สึกว่าเธอดูคุ้น ๆ ไหม? ไม่ใช่ใบหน้า แต่เป็นออร่าบางอย่าง…”
ใต้คอมเมนต์สุดท้ายมีคนตอบกลับว่า “เธอหมายถึงสารคดีเรื่องนั้นหรือเปล่า?”
“ใช่! ความรู้สึกแบบนั้นเลย!”
“อย่าเดาตามใจไปเลย นั่นเด็กนะ”
ถังเปากลายเป็นคนดังในโรงเรียน
ในทางเดินมีนักเรียนชั้นอื่นชี้มาที่เธอแล้วกระซิบว่า “นั่นแหละคนที่ไปแข่งแล้วได้ที่หนึ่ง เด็กป.สาม”
มีนักเรียนชายชั้นโตมาถามว่า “เรื่องที่เธอเล่ามันจริงหรือเรื่องแต่ง?”
ถังเปาตอบว่า “จริง”
“รู้ได้ยังไง?”
“พ่อฉันเล่าให้ฟัง”
“พ่อเธอเป็นใคร?”
“พ่อก็คือพ่อฉัน” ถังเปาไม่อยากพูดมาก หมุนตัวเดินจากไป
ฟางเสี่ยวเล่อยืนปกป้องอยู่ข้าง ๆ กันกลุ่มนั้นไว้ “ถามอะไรกันนักหนา? ไม่เห็นหรือว่าเขาไม่อยากตอบ? ไปกันเถอะ”
อันก็ก้าวออกมาด้วย “ใช่แล้ว อย่ามายุ่งกับถังเปา”
ถังเปาถูกลูกน้องตัวน้อยสองคนคุ้มกันเดินออกมา ใจรู้สึกอบอุ่น แต่ก็แฝงด้วยความรู้สึกประหลาดนิดหน่อย
ค่ำวันนั้นกลับบ้าน เธอเล่าเรื่องนี้ให้เสิ่นเป่ยชวนฟัง
“พ่อ มีหลายคนมาถามหนู หนูไม่ได้พูดอะไรอื่น บอกแค่ว่าพ่อเล่าให้ฟัง”
