กระเป๋าของเด็กสาวชุดสีชมพูเป็นไอเทมมิติ ผักทั้งหมดเมื่อครู่ถูกเก็บเข้าไปในนั้นแล้ว
ตอนนี้เธอกำลังแบกศพที่กินไม่หมดเดินห่างออกไป เสื้อผ้าไม่มีแม้แต่รอยเลือดเปื้อน
ให้ตายสิ เป็นชุดเซ็ต แถมยังมีไอเทมมิติด้วย
เด็กสาวตัวเล็กที่จากไปชื่อเฟินตี ครอบครัวทำธุรกิจน้ำหอมอยู่ในเมืองนี้ ตอนนี้เธอกำลังหงุดหงิดที่ตัวเองดันไปทำให้ “แม่ค้าผัก” โกรธเข้าเสียได้ อีกฝ่ายเป็นแขกคนสำคัญที่ทุกเมืองให้ความเคารพเชียวนะ
แต่ก็แอบดีใจอยู่เหมือนกัน เพราะไม่ได้กินข้าวโพดมานานมากแล้ว ครั้งล่าสุดก็เมื่อห้าปีก่อน
พ่อกับแม่คงดีใจด้วยสินะ
หลี่เฉิงจื่อมองน้ำหอมกับครีมทามือในมือ
(คำอธิบายสิ่งของ: น้ำหอมกลิ่นกุหลาบสีเหลือง ของขึ้นชื่อประจำเมืองที่หกสิบสี่ ฉีดก่อนออกจากบ้านสักหน่อย ใครจะยังแยกออกว่าคุณเป็นคนพื้นเมืองหรือมนุษย์ล่ะ ใช้ได้ทุกเมืองเลยนะ~)
(คำอธิบายสิ่งของ: ครีมทามือสีแดง ป้องกันผิวแห้งแตกและเล็บขบ ช่วยให้ผิวมือชุ่มชื้น)
เธอฉีดน้ำหอมใส่ตัวเองสองสามทีโดยไม่ลังเล ความคิดยังสับสนอยู่บ้าง ไว้กลับถึงบ้านนิรภัยค่อยเรียบเรียงให้ชัดเจน เพราะคนพื้นเมืองกลุ่มที่วิ่งกลับไปเมื่อครู่กลับมากันหมดแล้ว
“ข้าวโพดสิบฝัก ข้าวสาลีสิบชั่ง แครอตสิบหัว”
“อย่าเบียดสิ ฉันมาก่อนนะ”
“ของฉันดีกว่า ขายให้ฉันก่อน ขายให้ฉันก่อน”
“ให้ตายสิ เหยียบเท้าฉันแล้วนะ เชื่อไหมว่าฉันฆ่าแกได้”
“เอาสิ เอาเลย ถ้าฆ่าฉันไม่ได้ก็เรียกฉันว่าปู่เลย!”
หลี่เฉิงจื่อยึดหลักพูดมากก็ผิดมาก ไม่พูดเสียยังดีกว่า จึงไม่ปริปากสักคำ เพียงมองพวกเธอตะลุมบอนกันอย่างเย็นชา
ใครเบียดเข้ามาถึงตัวเธอก่อนและมีไอเทมดี เธอก็ขายของให้คนนั้น ฆ่ากันเองไปเถอะ ยังไงคนพื้นเมืองยิ่งเหลือน้อยก็ยิ่งดี
ราวหนึ่งชั่วโมง ของทั้งหมดที่เอาออกมาก็ขายหมด เธอไม่สนใจเสียงคนข้างหลังที่ถามว่าจะมาอีกเมื่อไร
