ในเวลานั้นอีกคนที่ดูอายุใกล้เคียงกันก็ก้าวออกมาจากฝูงชน
“ผู้บังคับกองพันหนึ่ง แพ้การแข่งขันไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่พูดกับเด็กผู้หญิงก็ต้องสุภาพหน่อยสิ ไม่แปลกใจเลยทำไมคุณถึงยังโสด ไม่เป็นที่รักของสาวๆ” พลางหันไปพูดกับเย่จื้อฟางว่า “สาวน้อย ที่นี่คือกรมทหาร คุณเป็นญาติของใครเหรอ? มาที่นี่เพื่อร่วมกิจกรรมเทศกาลหยวนเซียวหรือเปล่า?”
เย่จื้อฟางรู้สึกว่าผู้คนมีสองหน้าเสียจริง คนที่กำลังพูดกับผู้บังคับกองพันหนึ่งเมื่อครู่ด้วยน้ำเสียงหนึ่ง แต่พอหันมาพูดกับเธอกลับนุ่มนวลและระมัดระวังอย่างที่สุด
เย่จื้อฟางคิดในใจว่าพ่อบุญธรรมต้องรู้แน่ว่าเธอกับพี่ชายสองมาถึงกรมทหารแล้ว และยิ่งไปกว่านั้นการที่เธอพูดเหมือนคนปกติก็จะเปิดเผยตัวเอง สู้ใช้จังหวะนี้บังหน้าเสียเลย
“คุณพี่คะ ลุงคนนี้ดุหนู หนูเข้ามากับรถจี๊ปนะคะ พ่อบุญธรรมให้หนูมาร่วมกิจกรรมเทศกาลหยวนเซียวค่ะ” เย่จื้อฟางกระพริบตาโตกล่าว
ชายที่พูดทีหลังหัวเราะขึ้นมาทันที ทั้งที่ความจริงเขาอายุน้อยกว่าผู้บังคับกองพันหนึ่งอยู่สองสามเดือน แต่ในปากของสาวน้อยคนนี้ กลับกลายเป็นคุณพี่ ส่วนผู้บังคับกองพันหนึ่งกลายเป็นคุณลุงไปเสียได้
สมน้ำหน้า ใครใช้ให้ไม่รู้จักพูดจาดีๆ กับเด็กผู้หญิงล่ะ
แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ขึ้นมาในบัดนั้นว่า การนั่งรถจี๊ปเข้ามาได้ ก็ต้องเป็นญาติของผู้บังคับกองพันหรือผู้บังคับกรมคนใดคนหนึ่ง แต่ผู้บังคับกองพันพวกนี้ล้วนอายุราวสามสิบกว่า จะเป็นพ่อบุญธรรมของสาวน้อยคนนี้ได้อย่างไร หรือจะเป็นลูกสาวบุญธรรมของผู้บังคับกรมคนไหน?
