หลังจากที่เย่จื้อฟางพยายามตะโกนเรียกลูกค้าอย่างไม่ลดละ ก็ทำให้มีคนมาซื้อของมากมายจริงๆ กลับกลายเป็นว่าพี่ชายสองกลายเป็นคนรับเงิน บางครั้งก็ช่วยตะโกนบ้าง โดยเฉพาะเวลาที่เจอหญิงสาวก็มักจะเขินจนหน้าแดง
เรื่องนี้เย่จื้อฟางเองก็จนใจ เพราะพวกเขาขายเสื้อผ้าผู้หญิง ถ้าไม่คุยกับผู้หญิงก็ขายเสื้อผ้าไม่ได้
พูดถึงเย่จื้อฟางแล้ว เธอใส่เสื้อกับกางเกงแล้วดูดีทีเดียว มีคนแวะมาถามอยู่เรื่อยๆ ทุกครั้งที่เย่จื้อฟางก็ต้อนรับอย่างอบอุ่น บางครั้งก็คุยเล่นกับอีกฝ่ายตามที่อีกฝ่ายพูดด้วย
“น้องสาวคนสวยใส่ชุดนี้แล้วดูดีจัง เสื้อผ้าฝ้ายก็ดูดีนะ แต่ตอนนี้อากาศอุ่นขึ้นทุกวัน ใส่เสื้อผ้าฝ้ายทั้งวันก็ไม่ได้ เสื้อผ้าพวกนี้ขายยังไงเหรอ” หญิงสาวอายุประมาณสามสิบถาม
เย่จื้อฟางมองการแต่งตัวของผู้หญิงคนนี้ เธอสะพายกระเป๋าหนังสีดำข้างเดียว ซิปที่กระเป๋าเสียและดึงไม่ขึ้น มองเห็นข้างในมีสมุดสองเล่มกับกระเป๋าตังค์และของอื่นๆ นอกจากนี้ผู้หญิงยังใส่แว่นตากรอบทอง ทำให้ดูมีความรู้มาก
และครั้งนี้เสื้อผ้าที่เย่จื้อฟางใส่ก็ออกไปทางชุดทำงานเสียมากกว่า หากใครชอบแต่งตัวก็ต้องชอบชุดนี้ตั้งแต่แรกเห็น
“คุณพี่คะ ดูก็รู้ว่าคุณเป็นคนมีการศึกษา เสื้อตัวนี้ราคา 45 หยวน กางเกงนอกเดครอนกับกางเกงขาถักขนแกะด้านใน 20 หยวน ถ้าคุณชอบแค่เสื้อก็ซื้อแค่เสื้อก็ได้นะคะ ทั้งตลาดไม่มีที่ไหนถูกกว่านี้แล้ว”
เย่จื้อฟางไม่ได้บอกว่าตัวเองขายถูกที่สุด แต่ก็เห็นแผงค้าบางแผงขาย 50 หยวน บางแผงก็ขาย 45 หยวน แต่เมื่อมีคนขายก็ต้องมีคนซื้อ ยังไงก็ต้องให้ลูกค้าต่อราคาได้ด้วยสิ
“แพงจังเลย ฉันเงินเดือนเดือนนึงก็แค่ 80 หยวน เกือบเท่าเงินเดือนครึ่งเดือนของฉันแล้ว” ผู้หญิงเริ่มลังเล
