นายพลจัตวาเผยที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ลูกชายทั้งสามของเขาต่างไม่มีใครสนใจเย่จื้อฟาง กลับกลายเป็นผู้บังคับกองพันสองที่เพิ่งพบหน้าเพียงครั้งเดียวกลับชอบพอเย่จื้อฟางเสียได้
หรือว่าเขาไม่รู้เรื่องที่เสี่ยวฟางมีปัญหาด้านสติปัญญากันนะ? ดูท่าคงต้องถามให้แน่ชัดเสียหน่อย
“ผู้บังคับกองพันสอง เมื่อวานดูเหมือนคุณกับเสี่ยวฟางจะเข้ากันได้ดีมากนะ คุณไม่เห็นว่าเธอมีปัญหาอะไรบ้างหรือ?”
นายพลจัตวาเผยเกือบจะพูดตรง ๆ แล้วว่าเสี่ยวฟางมีปัญหาด้านสติปัญญา ดูแลตัวเองไม่ได้ ต้องมีคนอยู่ข้าง ๆ คอยดูแลตลอดเวลา และในฐานะครอบครัวของทหาร เย่จื้อฟางไม่ใช่คู่ชีวิตในอุดมคติ เพราะทหารคนไหนก็ไม่มีทางกลับบ้านทุกวันเพื่อดูแลคู่ครองได้ เกรงว่าจะทำให้ภารกิจของกรมทหารต้องล่าช้าเสียหาย
ผู้บังคับกองพันสองเข้าใจว่านายพลจัตวาเผยเห็นด้วยกับการที่เขาจะสานสัมพันธ์กับเย่จื้อฟาง จึงพูดด้วยความยินดีว่า “นายพลครับ เสี่ยวฟางฉลาดมาก คนก็สวย แถมพูดจาน่าฟังอีก เธอคือคนที่ผมตามหาเลยครับ”
ขณะที่ผู้บังคับกองพันสองกำลังตื่นเต้นรอฟังคำตอบจากนายพลจัตวาเผย จู่ ๆ น้ำเย็นก็ราดลงมา
“ผู้บังคับกองพันสอง หยุดความคิดนี้เสียเถอะ ผมไม่เห็นด้วยให้คุณกับเสี่ยวฟางคบกัน ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้วก็กลับไปเถอะ”
นายพลจัตวาเผยรู้ดีแก่ใจ นี่มันเพราะผู้บังคับกองพันสองกำลังตกอยู่ในอารมณ์กำหนัด เสี่ยวฟางหน้าตาสวยงามก็จริง พูดจาน่าฟังก็จริง แต่ไม่เหมาะจะเป็นคู่ชีวิตเลยจริง ๆ
สีหน้าของผู้บังคับกองพันสองหมองลงจนเห็นได้ชัด เมื่อนายพลไม่เห็นด้วย เขาก็ไม่มีทางสานต่อความสัมพันธ์กับเย่จื้อฟางได้อีก กว่าจะเจอผู้หญิงที่ถูกใจสักคน ยากเย็นแทบตาย แต่ผลสุดท้ายก็ยังไม่ทันเริ่มก็จบลงเสียแล้ว
