เมื่อคุณยายเฉินเข้ามาในบ้าน ก็ใช้กุญแจที่ห้อยอยู่ตรงเอวไขกุญแจประตู จากนั้นก็หยิบกล่องเหล็กใบหนึ่งออกมาจากตู้ติดกับเตาอิฐ ในนั้นมีขนมปังกรอบรูปสัตว์ต่างๆ อยู่
“ต้าหยา ขนมปังกรอบนี่ยายซื้อมาตอนตรุษจีน นึกว่าพวกหนูจะมาเที่ยวตรุษจีนด้วยกัน ไม่คิดว่ารอแล้วรอเล่า รอจนป่านนี้ก็ยังไม่เห็นพวกหนูมาเลย ขนมปังกรอบก็เลยเก็บไว้ถึงตอนนี้ แต่ขนมยังแห้งดีอยู่ น่าจะยังไม่เสีย ตอนกินก็ระวังหน่อยนะ ถ้าเสียก็คายออกมา อย่าให้ท้องเสียเด็ดขาด”
คุณยายเฉินทิ้งเด็กสองคนไว้ตามลำพัง แล้วหันหลังเดินไปทางครัว
ต้าหยาไม่ได้รู้สึกแปลกที่กับที่นี่ เย็นวันหนึ่งในฤดูใบไม้ร่วงปีก่อน ทั้งสองคนหลงทางเดินมาเหยียบที่นี่โดยไม่รู้ตัว วันนั้นเจอคุณยายเฉินที่กลับบ้านค่ำ ก็เลยได้ให้ทั้งสองคนเข้าไปกินข้าวต้มที่เหลืออยู่น้อยนิด
เย็นวันนั้นเด็กหญิงสองคนพักค้างคืนที่บ้านคุณยายเฉิน เมื่อต้องเจอกับห้องที่ว่างเปล่าและโอ่งข้าวที่แทบจะเห็นก้น ต้าหยาก็ตัดสินใจพาเอ้อหยาไปจากที่นี่ในวันรุ่งขึ้น
ต้าหยาที่รู้ความช่วยน้องล้างมือล้างหน้า ทิ้งน้องไว้ในห้องคนเดียว แล้วยกเท้าเดินไปทางครัว ตั้งใจว่าจะไปช่วยงานคุณยายเฉิน
ต้าหยาเห็นคุณยายเฉินนั่งอยู่บนม้านั่งเตี้ยๆ กำลังจุดไฟ เห็นชัดว่าในหม้อใบใหญ่กำลังทำอาหารเย็นอยู่ แต่ก็ไม่รู้ว่าข้างในเป็นอะไร
“คุณยายเฉิน วันนี้หนูเจอพี่สาวใจดีคนหนึ่ง เขาให้เงินหนูมาห้าสิบหยวน บอกหนูว่าจะทำธุรกิจอะไรถึงจะได้เงิน ต่อไปหนูอยากย้ายมาอยู่กับยายกับน้อง ตอนเช้าหนูจะออกไปซื้อของมาขาย แล้วตอนกลางวันจะไปตั้งแผงขายของที่หน้าโรงภาพยนตร์ใกล้ๆ ยายอยากจะทำธุรกิจกับหนูไหมคะ? ต่อไปเงินที่หาได้เราแบ่งกันคนละครึ่ง ต่อไปยายก็ไม่ต้องลำบากไปเก็บของที่คนอื่นทิ้งตามข้างทางแล้ว”
