สีหน้าของชายหนุ่มยังคงห่างเหินและเย็นชา “ไม่รู้สิ ผมมาแล้ว ก็ถือว่าทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเขาแล้ว”
แม้คำตอบจะเป็นไปตามที่เธอคาดไว้ แต่เธอก็ยังไม่พอใจนัก
เธอเบือนหน้าไปกวาดตามองแขกรับเชิญหญิงคนอื่น ๆ ก่อนเอ่ยเยาะเย้ย “อย่างนั้นเหรอ คุณคิดว่าคุณปู่ฟู่ไม่ได้สืบประวัติอะไรไว้ก่อนรายการเริ่มเลยหรือไง?”
เมื่อเห็นท่าไม่ดี ผู้กำกับก็รีบส่งสัญญาณให้แอบหันกล้องไปทางคนอื่น
เห็นฟู่เยี่ยนเจ๋อไม่ตอบ เธอก็พูดต่อ “คุณคิดว่าคุณจะสนใจผู้หญิงพวกนี้เหรอ? เย่หลิงที่มีชาติตระกูลดีที่สุดก็ยังแก่กว่าคุณตั้งหนึ่งปี ส่วนลู่จื่ออันก็เป็นแค่เน็ตไอดอลตัวเล็ก ๆ มีแต่พวกที่เรียกตัวเองว่าพี่ใหญ่เต็มไปหมดในโลกออนไลน์”
“ส่วนเสิ่นพั่งพั่งคนนั้น...”
เธอหัวเราะเยาะเบา ๆ “หน้าตาดีก็จริง แต่ไม่มีพ่อแม่ ไม่รู้ว่าอยู่มาได้ยังไงจนถึงตอนนี้ แถมตอนนี้ยังพัวพันกับผู้ชายสามคนนั้นไม่เลิก...”
เธอกำลังจะพูดต่อ แต่ชายหนุ่มก็เอ่ยขัดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “พอได้แล้ว การใส่ร้ายคนอื่นลับหลังไม่ใช่การอบรมสั่งสอนที่เธอได้รับมา”
สีหน้าของสวี่เวยเวยพลันย่ำแย่ เธอแค่นเสียงเย็นแล้วลุกขึ้นเดินขึ้นชั้นบนไปทันที
ฟู่เยี่ยนเจ๋อไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย สายตาเหลือบผ่านเสิ่นพั่งพั่ง ก่อนหลับตาพักผ่อนต่อ
เจ้าแมวอ้วนจ้ำม่ำเลียขนพลางฟ้องพั่งพั่ง “พั่งพั่ง เมื่อกี้นางเอกของโลกพูดไม่ดีถึงเธอด้วยล่ะ แปลกจัง นี่ไม่เหมือนสิ่งที่นางเอกของโลกย่อย ๆ ควรพูดเลยนะ”
ตอนนี้พั่งพั่งกำลังเอนกายนอนสบาย ๆ อยู่บนห่วงยาง โดยมีกู้ฉือคอยดันเบา ๆ
เธอตอบเจ้าแมวอ้วนจ้ำม่ำด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “แบบนี้ถึงจะสมเหตุสมผลสิ เจ้าแมวน้อย เสิ่นพั่งพั่งคนเดิมเป็นตัวเปรียบเทียบกับนางเอกมาตลอดในรายการ หลังจากนั้นก็ถูกชาวเน็ตรุมด่าจนเป็นโรคซึมเศร้าและฆ่าตัวตาย คนที่เป็นแฟนคลับของนางเอกก็มีอยู่ครึ่งหนึ่ง ในฐานะคนที่เกี่ยวข้องโดยตรง เธอจะไม่รู้อะไรเลยได้ยังไง?”
