“คุณผู้ชาย โปรดวางใจ พวกเราไม่ได้มีเจตนาร้ายค่ะ”
หญิงสาวในชุดสูทกระโปรงรัดรูปถือไมโครโฟนเดินเข้ามาอธิบาย “นี่เป็นกิจกรรมที่ห้างของเราจัดขึ้นค่ะ ยินดีด้วยนะคะคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิง คุณเป็นลูกค้าคนที่หนึ่งแสนของห้างเรานับตั้งแต่เปิดให้บริการค่ะ”
ลูกค้าคนที่หนึ่งแสนงั้นเหรอ?
ใช่แล้ว ชุยซุ่นนึกออกแล้ว
เดิมทีพระเอกมังกรผู้ผงาดฟ้าก็บังเอิญถูกรางวัลใหญ่ครั้งนี้ จนมีเงินทุนก้อนแรกในชีวิต
เขาใช้เงินก้อนนี้ซื้อวัตถุดิบมาขาย สุดท้ายก็ทำกำไรได้เล็กน้อย
ไม่นึกเลยว่าเขาที่มาห้างเพราะอยากพิสูจน์คำพูดของตัวเองให้อี้รั่วซีเห็นด้วยการลงมือทำ จะบังเอิญกลายเป็นลูกค้าคนที่หนึ่งแสนเข้าให้
ลูกค้าในห้างมองชุยซุ่นที่ถูกรางวัลอยู่ตรงทางเข้าด้วยความอิจฉา ต่างก็เสียดายที่วันนี้ไม่มาห้างให้ช้ากว่านี้อีกหน่อย
ไม่อย่างนั้นโอกาสนี้คงเป็นของพวกเขาแล้ว
“ผู้ชายคนนั้นเป็นใครน่ะ โชคดีเกินไปแล้วมั้ง?”
“โธ่เอ๊ย ถ้ารู้ก่อนว่ามีกิจกรรมแบบนี้ ฉันคงมาดักรอตั้งนานแล้ว”
“ได้ยินว่าลูกค้าคนที่หนึ่งแสนจะได้เงินรางวัลก้อนโต แถมยังได้ส่วนลด 20% เวลาซื้อของตลอดปีหน้าอีกด้วย”
“พอเถอะ ยิ่งพูดฉันก็ยิ่งรู้สึกขาดทุน”
กิจกรรมนี้ดูเผิน ๆ เหมือนห้างขาดทุน แต่จริง ๆ แล้วเป็นแค่กลยุทธ์เรียกกระแสที่พวกเขาคิดขึ้นมา
รางวัลที่ให้ก็อลังการเสียจน อย่างแรกคือช่วยเพิ่มกระแสพูดถึง อย่างที่สองคือดึงดูดใจผู้คน
ถ้าครั้งหน้ามีกิจกรรมแบบนี้อีกล่ะ?
พอคิดแบบนี้ ต่อไปคนที่มาห้างก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น แถมยังช่วยให้คนพูดถึงและรู้จักห้างมากขึ้นด้วย
ชุยซุ่นรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว
“ลูกค้าผู้โชคดี ขอถามหน่อยค่ะว่าตอนนี้มีอะไรอยากพูดไหมคะ?”
ไมโครโฟนยื่นมาตรงหน้าชุยซุ่นกะทันหัน
“เอ่อ ผมดีใจและโชคดีมากครับ ช่างภาพทางนั้นช่วยอย่าหันกล้องมาทางผมได้ไหมครับ?”
มันทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังบันทึกภาพตอนก่ออาชญากรรมอยู่ เลยอึดอัดสุด ๆ
“ได้เลยค่ะ ถ้าลูกค้าไม่สะดวกให้ถ่าย พวกเราก็เคารพการตัดสินใจค่ะ”
พิธีกรสาวยิ้มพลางช่วยคลี่คลายสถานการณ์
ช่างภาพหันกล้องไปทางอื่น อี้รั่วซีที่ยืนอยู่ด้านหลังชุยซุ่นก็แอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
ท่ามกลางสายตาอิจฉาของทุกคน พนักงานยื่นป้ายขนาดใหญ่มาให้ บนนั้นเขียนว่า “10,000 หยวน”
“ลูกค้าคนที่หนึ่งแสนจะได้รับเงินรางวัล 10,000 หยวน และได้สิทธิ์จับฉลากหนึ่งครั้งค่ะ”
พนักงานผายมือเชิญชุยซุ่นไปอีกด้าน
“เชิญทางนี้ค่ะ มาจับรางวัลและถ่ายรูปกัน”
ชุยซุ่นเดินไปแล้วเห็นว่าอี้รั่วซีที่ตามหลังมาไม่ขยับ จึงกวักมือเรียก “ทางนี้ รีบมาสิ”
อี้รั่วซีเดินตามเขาไปเงียบ ๆ
พนักงานชายในชุดสูทถือกล่องใบหนึ่งอยู่ ในส่วนบนของกล่องมีช่องพอให้สอดมือเข้าไปได้
เดิมทีพระเอกจับได้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่มีมูลค่า 8,000 หยวน
ไม่รู้ว่าตัวเองจะจับได้อะไรนะ
ชุยซุ่นสอดมือลงไปในกล่องจับรางวัล จากสัมผัสแล้วข้างในน่าจะมีการ์ดหลายใบ เขาเลือกใบที่อยู่ริม ๆ แล้วดึงออกมาอย่างรวดเร็ว
“หืม? น้ำมันหล่อลื่นหนึ่งกล่อง?”
เชี่ย!
อะไรกันเนี่ย?!
ชุยซุ่นสะบัดมือ เกือบโยนการ์ดใบทิ้งไปแล้ว
พนักงานกล่าวแสดงความยินดีกับเขาอย่างกระตือรือร้น
“ยินดีด้วยค่ะ คุณได้รับน้ำมันหล่อลื่นสำหรับบานพับประตูรถยนต์หนึ่งกล่อง”
ที่แท้ก็สำหรับบานพับประตูรถยนต์นี่เอง
ชุยซุ่นตกใจจนต้องกุมหน้าอก
ก็จริง ใครเขาจับรางวัลเป็นน้ำมันหล่อลื่นกันในห้างปกติทั่วไปล่ะ
หลังรับเช็คกับน้ำมันหล่อลื่นสำหรับบานพับประตูรถยนต์แล้ว พนักงานก็เชิญเขาไปเซ็นชื่อบนกำแพงฉลองและถ่ายรูปด้วยกัน
ตรงทางเข้าห้าง สายตาอึมครึมคู่หนึ่งจับจ้องคนที่ถือป้ายขนาดใหญ่
ชุยซุ่น อี้รั่วซี
หลงจื้อเทียนกัดฟันกรอด
บ้าจริง แค่ตัวเองเสียเวลาไปนิดเดียว กลับมีคนอื่นแย่งสิทธิ์ลูกค้าคนที่หนึ่งแสนไปเสียแล้ว
นี่เป็นก้าวแรกของการเริ่มต้นสร้างตัวจากศูนย์ของเขาเลยนะ
ถ้าไม่มีเงินก้อนนี้ ก็ไม่มีเงินทุนที่เขาจะหาได้จากการทำธุรกิจในโรงเรียนภายหลัง
ใช่แล้ว หลงจื้อเทียนเกิดใหม่
ชาติก่อนเขาพลาดท่าเพียงครั้งเดียว จนถูกระเบิดตายตอนปะทะกับแก๊งมาเฟีย
พอลืมตาขึ้นมา เขาก็กลับมาอีกครั้ง
กลับมายังจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง
หลังทำความเข้าใจช่วงเวลาที่ตัวเองย้อนกลับมาได้แล้ว หลงจื้อเทียนก็ดีใจจนแทบเก็บอาการไม่อยู่
นั่นหมายความว่าเขาสามารถอาศัยข้อมูลที่รู้ล่วงหน้าไปทำอะไรได้มากขึ้น
ทั้งยังหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็นได้ด้วย
ตามเนื้อเรื่องตอนนี้ อีกไม่นานเขาจะได้พบอี้รั่วซีในโรงเรียน ซึ่งกำลังถูกชุยซุ่นรังแก แล้วเข้าไปช่วยเธอ
สุดท้ายก็อัดเจ้าคุณชายเสเพลนั่นสักยก ให้ได้บทเรียนเสียบ้าง
อี้รั่วซีจึงเกิดความรู้สึกดี ๆ กับเขา
หลังจากนั้นคุณชายเสเพลชุยซุ่นก็ผูกใจเจ็บเขา คอยหาเรื่องเขาครั้งแล้วครั้งเล่า
อี้รั่วซีรู้ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะเธอ จึงยิ่งรู้สึกผิดต่อเขา
ต่อมาเธอแอบหนีออกมาหาเขา เพื่อช่วยทำแผลให้
เมื่อใกล้ชิดกันเข้า ความรู้สึกที่เธอมีต่อเขาก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความรัก
ท้ายที่สุดก็กลายเป็นหนึ่งในผู้หญิงมากมายของเขา
หลงจื้อเทียนพอใจผู้หญิงคนนี้มาก
ไม่ใช่แค่เพราะเธอเป็นลูกสาวแท้ ๆ ที่พลัดพรากของตระกูลฉิน หนึ่งในตระกูลใหญ่ และมีทรัพย์สินมากกว่าร้อยล้านหยวน
แต่ยังเพราะเธอว่าง่ายรู้ความ ทั้งยังช่วยจัดการความสัมพันธ์ในฮาเร็มให้เขาอย่างแข็งขัน
อีกทั้งเธอยังพึ่งพาเขามาก พอกลับเข้าตระกูลเศรษฐี สิ่งแรกที่ทำก็คือโอนเงินให้เขา
แถมยังไม่หวังสิ่งตอบแทน
หลงจื้อเทียนจึงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็นคนดังในเมืองเอ
และยังได้มีโอกาสทำความรู้จักกับผู้หญิงคนอื่น ๆ ในแวดวงชนชั้นสูง
แต่หลงจื้อเทียนยังไม่คิดจะออกไป “ผดุงคุณธรรมกำจัดคนชั่ว” ตอนนี้
ชาติก่อนเขาเคยล่วงเกินคุณชายที่ชอบแก้แค้นคนนี้ จึงถูกอีกฝ่ายกลั่นแกล้งสารพัด จนชีวิตที่แทบเอาตัวไม่รอดอยู่แล้วต้องเจอแรงกระแทกอย่างหนัก
ชาตินี้เขาจะเตรียมตัวให้พร้อมทุกด้าน
แต่ว่าตอนนี้เงินทุนตั้งต้น 10,000 หยวนหายไปแล้ว คอมพิวเตอร์ราคา 8,000 หยวนก็ไม่ได้มา บัญชีนี้ไว้ค่อยหาโอกาสคิดกับชุยซุ่นทีหลัง
ไปคว้าโอกาสจากที่อื่นก่อน รอให้แข็งแกร่งขึ้นแล้วค่อยคิดบัญชีกับเขา
หลงจื้อเทียนไม่รั้งรออีกต่อไป หันหลังเดินจากไป
ไม่นานหลังจากนั้นในชาติก่อน เขาเคยบังเอิญได้ไหดินเผาของแท้ชิ้นหนึ่งจากตลาดของเก่า
ด้วยไหใบนั้น หลงจื้อเทียนทำเงินได้ถึง 200,000 หยวน
ลองไปหาดูดีกว่า
ส่วนอี้รั่วซี...
เธอถูกแกล้งมาห้าปีแล้ว เพิ่มอีกครั้งก็ไม่เห็นเป็นไร
อีกอย่าง ยิ่งเธอถูกแกล้งหนักเท่าไร การช่วยเหลือของเขาก็ยิ่งดูยิ่งใหญ่ในสายตาเธอ
……
ชาติก่อนเป็นพนักงานบริษัทที่ทำงานหนักเหมือนวัวเหมือนม้า แถมยังต้องทำโอทีทุกวัน
ชาตินี้ได้เกิดเป็นทายาทเศรษฐี ชุยซุ่นเดินตัวปลิวราวกับมีลมพัดอยู่ใต้เท้า
พอก้าวเข้าไปในร้านเสื้อผ้าผู้หญิง พนักงานในร้านก็กล่าวอย่างนอบน้อมว่า “คุณชายชุย”
“อืม ดี”
ชุยซุ่นปรับตัวเข้ากับบรรยากาศครอบครัวนี้ได้เร็วที่สุด ทั้งยังทำตัวเหมือนเศรษฐีใหม่ เขาชี้นิ้วโป้งไปทางอี้รั่วซีที่อยู่ข้างหลังแล้วบอกพนักงานว่า “เลือกชุดที่เหมาะกับเธอมา ซื้อทั้งหมดเลย”
พอเข้ากับเสื้อลายเสือดาวกับสร้อยทองเส้นโตที่เขาใส่อยู่ ก็ดูสมบทบาทดี
พนักงานได้ยินว่าเขาควักเงินไม่อั้น ดวงตาก็เป็นประกายทันที “ได้เลยค่ะคุณชายชุย รับรองว่าคุณพอใจแน่นอนค่ะ”
พนักงานอีกคนถึงกับยกเก้าอี้มาให้ “เชิญนั่งค่ะคุณชายชุย”
“บริการดีจริง ๆ”
ชุยซุ่นพึมพำพลางนั่งลง หางตามองไปเห็นพนักงานทางนั้นหยิบชุดเมดกับชุดนักเรียนกะลาสีออกมาหลายชุด
“เดี๋ยวก่อน!”
เขารีบร้องห้าม “เลือกอะไรกันเนี่ย?”
พนักงานที่กำลังยื่นน้ำให้ข้าง ๆ ถามอย่างงุนงง “คุณชายชุย นี่ก็เลือกตามที่คุณสั่งไม่ใช่เหรอคะ? เมื่อก่อน...”
เปลือกตาชุยซุ่นกระตุกถี่ เขายิ้มอย่างอ่อนโยน “ฉันกลับตัวแล้ว”
“คะ?” พนักงานไม่เข้าใจ
“ฉันหมายถึง...” ชุยซุ่นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะข่มปากที่อยากบ่นเต็มทีเอาไว้แล้วพูดว่า “เปลี่ยนเป็นชุดลำลองที่เหมาะกับวัยเธอ แบบที่นักศึกษาหญิงใส่กัน”
