ซู่เหยาลอบแค่นเย็นในใจ เวยหย่วนโหวภายนอกทำเป็นซื่อตรง แต่ที่แท้หนาด้านเอ่ยปากขอเงินนาง
“โหวเหยอ ข้ามีเพียงร้านดอกไม้ต้นไม้หนึ่งร้านแล้ว ท่านยังจะเอาอีกหรือ”
ครั้งก่อนที่ส่งมอบกิจการฝ่ายใน ซู่เหยาก็ยกบรรดาร้านน้ำปรุงให้ทั้งหมดแล้ว
โดยผิวเผิน ในมือนางเหลือเพียงร้านดอกไม้ต้นไม้ร้านเดียว ซึ่งร้านนี้เป็นสินเดิมที่ฮูหยินผู้เฒ่าทิ้งไว้ให้
เวยหย่วนโหว “ร้านน้ำปรุงเปิดกิจการมาหลายปี เงินที่เคยหาได้ น่าจะมีเหลือบ้างกระมัง”
ซู่เหยา “ไม่มีเหลือ ใช้เป็นค่าใช้จ่ายในโหวฝูหมดแล้ว”
ซูหมิงจื่อ “เหลวไหล ร้านน้ำปรุงปีหนึ่งกำไรกว่าหนึ่งแสนตำลึง พวกเราจะใช้มากปานนั้นได้อย่างไร เจ้าต้องมีเงินในมือแน่ ไม่เช่นนั้นเจ้าเอาเงินที่ไหนไปเล่นพนันกล้วยไม้ ห้องเครื่องเล็กที่เจ้าเปิด จะไม่ต้องใช้เงินได้อย่างไร”
ซู่เหยาให้คนนำสมุดบัญชีออกมา “ร้านน้ำปรุงแรกเริ่มทำเงินไม่ได้มาก กว่าจะสะสมลูกค้าได้ก็หลายปี เพิ่งมาทำเงินได้สองปีนี้เอง พอเริ่มทำเงิน ฮูหยินก็มอบกิจการฝ่ายในของจวนให้ข้าดูแล อักษรภาพของโหวเหยอ ของโบราณของซื่อจื่อก็ใช้ไปหลายหมื่นตำลึง ก่อนหน้านี้โหวฝูประสบความลำบาก ฮูหยินขายที่ดินบูชาบรรพบุรุษไปไม่น้อย หลังจากข้าดูแลกิจการฝ่ายใน ก็ใช้เงินซื้อที่ดินบูชาบรรพบุรุษกลับคืนมา สมุดบัญชีอยู่ที่นี่ พวกท่านดูได้ตามสบาย”
สมุดบัญชีเล่มนี้จัดทำไว้ล่วงหน้า ใครก็ตรวจพบข้อผิดพลาดไม่ได้แม้แต่น้อย
ซูหมิงจื่อจะดูสมุดบัญชีเข้าใจได้อย่างไร “เจ้าหมายความว่า เจ้าไม่มีเงินแล้ว”
ซู่เหยาพยักหน้า “ไม่มีแล้ว”
นางถอนหายใจ “ข้ายังเคยบอกว่า อีกสองปีรอให้ร้านน้ำปรุงหาเงินได้มากขึ้น มีเงินแล้ว ก็จะเพิ่มเบี้ยเลี้ยงให้ทุกคน ซื้อจวนข้างๆ มา ทุบเชื่อมขยายเรือนของท่านพี่รองให้กว้างขึ้น ตอนนี้เรือนของท่านพี่รองยังพออยู่ แต่ต่อไปแต่งงานก็จะคับแคบ”
