เซวียเชียนอี้ตามผิงกั๋วกงกลับจวน
ผิงกั๋วกงเอ่ยเพียงว่า “ยามนี้ไม่เร็วแล้ว พักผ่อนให้เต็มที่ มีเรื่องใดค่อยว่ากันพรุ่งนี้”
นอกนั้นไม่ได้ถามอันใดอีก
เซวียเชียนอี้กลับเรือนของตน สั่งให้สาวใช้ตักน้ำมาอาบชำระล้าง
นางพลิกกายไปมาบนเตียง ฝันทั้งคืน
ในฝัน ซู่เหยาถูกโจรภูเขาทำมิดีมิร้าย สูญสิ้นความบริสุทธิ์ ยังไร้ยางอายอยากให้ฝ่าบาทแต่งนางเป็นพระชายาเอก
ช่างน่าขันนัก
นางด่าทอซู่เหยาในฝันอย่างสะใจ
เดิมทีควรเป็นฝันดี แต่พอคิดถึงแววตาที่ฝ่าบาทมองนาง นางก็เหงื่อเย็นชุ่มโชกไปทั้งร่าง
นางเคยคิดว่า เพียงไร้ซู่เหยาฝ่าบาทก็จะเหลียวมองนางมากขึ้น
บางที นางอาจคิดผิดก็ได้
รุ่งเช้า ฟ้ายังไม่สาง บ่าวรับใช้ข้างกายผิงกั๋วกงก็มาเรียกนาง ให้ไปตอบคำที่ห้องหนังสือ
นางแต่งกายแล้วมาถึงห้องหนังสือ
ในห้องหนังสือมีผิงกั๋วกง ภรรยาผิงกั๋วกง บิดา และมารดานั่งอยู่
ประตูห้องหนังสือเพิ่งปิดลง เสียงเคร่งขรึมของบิดาก็ดังขึ้น “คุกเข่า!”
เซวียเชียนอี้คุกเข่าลง
“เซวียเชียนอี้ เจ้าช่างบังอาจนัก! กล้าลงมือทำเรื่องเช่นนี้!”
เซวียเชียนอีก้มหน้า แต่แผ่นหลังยังคงตั้งตรง
บิดาเป็นบุตรชายรองของภรรยาเอก ไม่อาจสืบทอดตำแหน่ง เขาไร้ความสามารถนัก แต่โชคดีที่ภรรยาให้กำเนิดบุตรสาวสองคน
บุตรสาวของจวนผิงกั๋วกงนั้น ล้ำค่ายิ่งกว่าบุรุษของบ้านสามัญเสียอีก
ตั้งแต่เล็ก บิดาได้เชิญแม่นมจากวังหลวงมาคอยเข้มงวดอบรมสั่งสอนนางและพี่สาว ขอเพียงคนใดคนหนึ่งได้เป็นฮองเฮา เขาก็จะเสวยสุขสบายไปชั่วชีวิต
หากผิงกั๋วกงไม่ขัดขวาง บิดาก็อยากส่งทั้งนางและพี่สาวเข้าวังตงกงด้วยซ้ำ