หลังจากซูหมิงจื่อเปลี่ยนที่นั่ง ก็มานั่งตรงข้ามกับอู๋หว่านเหนียง
ซูหมิงจื่อจ้องอู๋หว่านเหนียงด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความเคียดแค้น อู๋หว่านเหนียงถูกนางมองจนไม่เป็นสุข จึงออกมาเดินเล่นคนเดียว
นางเดินอยู่ในสวน จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าด้านหลังมีสายตาหนึ่งจับจ้องมา
นางหลบไปด้านหลังเสา หันมองดู โจวมู่หยุนกำลังยืนอยู่ไม่ไกล จ้องมาทางนาง
นางตกใจแทบสิ้นสติ ก้มศีรษะเดินหน้าต่อไป
ไม่คิดว่าโจวมู่หยุนจะเดินตามมา
อู๋หว่านเหนียงเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น
โจวมู่หยุนมองแล้วรู้สึกว่าแผ่นหลังนั้นคล้ายอู๋หว่านเหนียง
โดยเฉพาะตอนเดินเร็ว ๆ ศีรษะก้ม จ้องปลายเท้า เผยให้เห็นลำคอขาวนวล
โจวมู่หยุนยกเท้าก้าวตามไป
แผ่นหลังนั้นรวดเร็วยิ่งนัก ผ่านใต้ชายคาไปแล้ว ก็เข้าสู่ภูเขาจำลอง โจวมู่หยุนมองไม่ชัดนัก จึงเร่งฝีก้าวขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เพิ่งจะผ่านใต้ชายคา ก็ถูกคนเรียกไว้
“มู่หยุน”
โจวมู่หยุนชะงักเท้า หันกลับมาเห็นซูหมิงจื่อยืนอยู่ด้านหลัง กำลังจ้องมองเขานิ่ง
“คุณหนูซู”
โจวมู่หยุนหันกายมา คำนับซูหมิงจื่อ
ซูหมิงจื่อรู้สึกว่าโชคดีจริง ๆ
นางตามอู๋หว่านเหนียงออกมา มองอู๋หว่านเหนียงอยู่ลำพัง นางคิดจะสั่งสอนอีหญิงบ้านนอกไร้มารยาทนี่เสียหน่อย ไม่คิดว่าจะได้พบคู่หมั้น
“มู่หยุน เจ้าตามหาใครหรือ” ซูหมิงจื่อมีแววตาหวานซึ้งดุจสายน้ำ เสียงก็อ่อนโยนดุจขนนก
“คุณหนูซู ข้าตามหาซื่อจื่อและคุณชายรองซู” ทั้งสองพูดคุยกันภายนอกยังสงวนท่าที รักษามารยาท