ซูหมิงจูพาชุ่ยหงเร่งรุดมายังโกดังเก็บเสบียงอาหาร
หน้าโกดังมีนายเวรหลายนายยืนอยู่ กำลังบัญชาการให้พวกกรรมกรขนเสบียงออกมา
ใจซูหมิงจูเต้นรัว เร่งสาวเท้าเข้าไปหา
"เรียนถามนายเวร เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ เตี่ยของข้าเป็นพ่อค้าสุจริต ไม่เคยกระทำผิดกฎหมาย"
นายเวรหัวหน้าคนหนึ่งกวาดตามองนางแวบหนึ่ง แต่ไม่ได้ปริปาก
ซูหมิงจูรู้สึกเดือดดาล พี่ใหญ่ยังไม่ได้รับราชการ ขุนนางกระจอกงอกง่อยสักคนก็มิอาจล่วงเกิน
หากเป็นชาติก่อน ขุนนางกระจอกเช่นนี้ ต่อให้มีใจกล้าเป็นร้อยเท่าก็ไม่กล้าสบประมาทนาง
"นายเวร ข้าคือคนของจวนโหวเวยหย่วน"
"นครหลวงแห่งนี้ หยิบกระเบื้องขึ้นมาเขวี้ยงบนฟ้า หล่นใส่สิบคน เจ้าในเก้าคือขุนนางเชื้อพระวงศ์" นายเวรหัวเราะเยาะ "จวนโหวเวยหย่วน ข้าไม่เคยได้ยินแม้แต่ชื่อ"
ซูหมิงจูจนปัญญา จำต้องยื่นซองแดงให้พลางประนมมือ "นายเวร เป็นข้าน้อยบุ่มบ่ามเอง"
นายเวรเปิดซองแดงดู เห็นข้างในมีเศษเงินอยู่ก้อนหนึ่ง ประมาณด้วยสายตาแล้วไม่ถึงหนึ่งตำลึง
สมกับเป็นตระกูลที่ตกอับ ขี้เหนียวเสียจริง
เขาหยิบเอกสารแผ่นหนึ่งออกมาคลี่ "ดูให้ดี ราชสำนักมีคำสั่ง เรียกคืนเสบียงอาหาร วางใจเถิด จะชดเชยให้ตามราคาตลาด"
ชดเชยตามราคาตลาด เช่นนั้นก็ไม่ได้กำไรสักอีแปะ อีกทั้งยังขาดทุน
มิได้เด็ดขาด
เสบียงเหล่านี้คือสิ่งที่นางซื้อมาในราคาสูงเชียวนะ
ซูหมิงจูอ้อนวอน "นายเวร เสบียงเหล่านี้เตี่ยของข้าเก็บไว้กินเองทั้งสิ้น จะกรุณาผ่อนปรนให้สักเล็กน้อยได้หรือไม่"
