รองผู้บัญชาการสองนายแซ่หวังและหลี่ถูกพบเป็นศพในถิ่นทุรกันดารนอกเมือง สภาพศพน่าเวทนายิ่ง
จากการชันสูตรของหมอชันสูตร ทั้งสองคนสังหารกันเองจนถึงแก่ชีวิต
รองผู้บัญชาการหลี่เป็นบุตรชายคนเดียวของตระกูล การตายของเขาสำหรับตระกูลหลี่แล้ว เรียกว่าเป็นดั่งฟ้าผ่าทำลายล้าง
คนตระกูลหลี่ไปสอบถามยังกรมอาญาทุกวี่วัน
พี่สาวของรองผู้บัญชาการหลี่คือพระชายารองขององค์ชายสาม แม้พระชายารองหลี่ชาติกำเนิดไม่สูงส่ง แต่นางมีโฉมงดงาม เป็นที่โปรดปรานยิ่งนัก
องค์ชายสามถูกพระชายารองหลี่เป่าหูอยู่สองวัน ก็ส่งแรงกดดันแก่กรมอาญา เรียกร้องให้สืบหาสาเหตุโดยเร็ว
กรมอาญาไปสืบสวนที่ร้านน้ำปรุงแห่งนั้น ก็พบว่าเจ้าของร้านหว่านเหนียงนั้นเป็นเพียงหญิงม่ายธรรมดาไร้พิษภัย ผู้จัดการร้านถงแม้จะถูกโบยตีแต่ก็ไม่กล้าขัดขืน ช่างอ่อนแอสิ้นดี
ข้อสงสัยถูกตัดออกไป
รองผู้บัญชาการทั้งสองคนผูกสัมพันธ์กับผู้คนได้ราบรื่น กับเพื่อนร่วมงานก็ไร้ความขัดแย้ง ทั้งมิได้ไปขุ่นเคืองผู้ใด กรมอาญาจนหนทางจนปัญญา
ในยามคับขันก็มีข่าวลือว่า ก่อนตายรองผู้บัญชาการทั้งสองคนสุดท้ายแล้วทำงานให้พระชายารองหนิงแห่งซื่อจื่อกงอ๋อง พระชายารองหนิงมีข้อสงสัยอย่างใหญ่หลวง
กรมอาญาจึงส่งคนไปยังจวนกงอ๋องอีกครั้ง
ตระกูลหลี่ตายบุตรชายคนเดียว เกือบจะสิ้นตระกูลแล้ว หมดความเกรงใจใดใด ตามไปเอาเรื่องถึงจวนกงอ๋อง จำเป็นต้องให้พระชายารองหนิงให้คำอธิบาย
ตระกูลหวังตายชายฉกรรจ์ไปคนหนึ่ง ยังเป็นถึงรองผู้บัญชาการ ก็อึดอัดจับใจ ตามไปโวยวายที่จวนกงอ๋องด้วยเช่นกัน
กงอ๋องและซื่อจื่อต้อนรับขุนนางจากกรมอาญา
ด้วยเห็นแก่หน้ากงอ๋อง ขุนนางกรมอาญามิกล้าล่วงเกินนัก เพียงถามคำถามตามระเบียบบางส่วนก็จากไป
กงอ๋องหวังเฟยและพระชายาซื่อจื่อต้อนรับครอบครัวของตระกูลหลี่และหวัง ด้วยเกรงพระพักตร์องค์ชายสาม กงอ๋องหวังเฟยมิได้ไล่ผู้คนออกไป จัดการให้คนไปพักที่เรือนรับรอง