วันนี้ท่านพ่อค้าเซี่ยสวมเสื้ออวิ๋นจิ่นปักดิ้นทอง คอสวมห่วงทองคำแพรวพราวสง่างามยิ่ง
“คุณหนูใหญ่ เหตุใดถึงตามมาอีกเล่า?”
ซู่เหยามองไปอย่างเรียบเฉย “สินค้าของท่านพ่อค้าเซี่ย ยังขายไม่ออกหรือ?”
หากขายออกไปแล้ว ซูหมิงจูจะยังมีเวลาว่างตามนางอยู่อีกหรือ
ท่านพ่อค้าเซี่ยหรี่ตาลง “สินค้าชุดนั้นโดนน้ำซึม ต้องจัดการสักหน่อย จะหลอกลวงใครก็ต้องทำให้แนบเนียน น้องสาวของเจ้าน่ะโง่ก็จริง แต่ก็ไม่ได้ตาบอดเสียหน่อย”
ซู่เหยามองออกไปนอกหน้าต่าง “ยังต้องรบกวนท่านพ่อค้าเซี่ย หาเรื่องให้นางหน่อย”
ท่านพ่อค้าเซี่ยชำเลืองตามออกไปนอกหน้าต่าง พลางตีพัดหยกในมือเบา ๆ “ง่ายนิดเดียว ข้าให้คนไปบอกนางเดี๋ยวนี้ว่าจะขึ้นราคา”
ซู่เหยา “ขึ้นราคา? ท่านไม่กลัวนางไม่เอาสินค้าของท่านแล้วหรือ?”
ท่านพ่อค้าเซี่ย “นางไม่เอาสินค้าข้า ก็ไม่มีผู้ใดกล้าขายของให้นาง แล้วใครจะอาจหาญขนาดนั้น กล้าแย่งลูกค้าข้าต่อหน้าต่อตา?”
ซู่เหยาจ้องมองอีกฝ่าย พินิจพิจารณาอยู่หลายรอบ
ท่านพ่อค้าเซี่ยหรี่ตาลง ดูคล้ายแมวขี้เกียจตัวหนึ่ง “มองข้าทำไม? สนใจชาติกำเนิดข้าหรือ?”
ซู่เหยายิ้มบาง “เปล่า แค่รู้สึกว่าท่านพ่อค้าเซี่ยดูดีมาก”
ความอยากรู้ทำให้ตายเร็ว เรื่องที่ไม่ควรถาม นางย่อมไม่ถามมากความ
“สมกับเป็นคนที่ข้าเลือก มีสายตาดีจริง” ท่านพ่อค้าเซี่ยเรียกคนสนิทข้างกายมากระซิบสั่งความ
กำชับเสร็จ ท่านพ่อค้าเซี่ยก็กล่าวอีกว่า “เจ้าว่าน่าประหลาดไหม ข้านึกว่านางจะมากู้เงินกู้ดอกเบี้ยรายเดือนเสียอีก ดอกเบี้ยก็ตกลงกันแล้ว ถึงเวลาเข้าจริงกลับบอกว่าไม่กู้แล้ว นี่มันแกล้งข้าเล่นหรือ?”
