ยามโหย่ว ดวงอาลับขอบฟ้า แสงแดดสุดท้ายหลอมเหลวเป็นสีทอง รัศมีสีส้มแดงแผ่ซ้อนทับเป็นไพร่กระจกบนหลังคาแต้มแชมยูนเป็นผืนยาวในทำเนออ๋อง
เมื่อรถม้าของหม่ากังเพิ่งเทียบหยุดตรงบันไดหินแดงหน้าประตูใหญ่ ฉู่หลิงเย่าแม้แต่ชาล้างมือที่ผู้ติดตามประจำยื่นถวายก็มิได้แตะต้อง ทั้งมิได้ตรงไปจัดการกิจธุระที่ห้องหนังสือก่อน หากกลับตรงดิ่งหลบเลี่ยงเหล่าข้ารับใช้ที่คำนับคารวะระหว่างทาง ยกก้าวมุ่งสู่เรือนใหญ่ตะวันตกที่กงอ๋องหวังเฟยประทับ
ซูซูเหยากำลังเล่นงานหินที่อาจารย์เฉินส่งมถวาย นางอยากทราบเหลือคณาว่าเลี่ยยังไงจึงสกัดเหล็กออกจากเนื้อหินได้ และยังอยากหาแนวแจ้งว่าจะแยกแท้ว่าหินนั้นฝังเหล็กไว้เพียงไหน
ฉู่หลิงเย่าเสด็จเข้าห้องหลวง เหลือบเห็นซูซูเหยายังครุ่นคิดอยู่ คิ้วและหางตาโค้งเป็นรอยยิ้ม ทรงสั่ง "เอาน้ำมาถวาย เปิ่นหวังจะอาบน้ำ"
"พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง" เหล่าเสวี่ยหนูแล้วว่าว่างเข้าทำงานอันธพาล ตักน้ำเตรียมเรียบร้อย แล้วส่งชุดนอนที่สะอาดเข้าไปยังเรือนอาบน้ำ
ยามท่านอ๋องอาบน้ำไม่เคยให้เสวี่ยไฉ่เฝ้ารับใช้ ซูซูเหยาได้แต่ย้อนกลับมองเมื่อได้ยินเสียงน้ำสายเอื้อนมาแต่เรือนอาบน้ำ
ภายในห้องเครื่องหอมลอยระรื่อ ซูซูเหยาปลายนิ้วเล็บครอบถ้วนชา ความอบอุ่นแทรกซึมผ่านผนังกระถานเซรามิกสู่ฝ่ามือ แต่ในใจกลับพลิกผันเป็นทุกข์ทุกสุขยากบรรยาย
ยามปกติทำเนออ๋องกว้างใหญ่เพียงไร ท่านอ๋องก็หมายเสวยสุขที่นี่เพียงหอของนางแห่งเดียว
ท่านอ๋องย้ายหอกษดี้มาไว้ที่เดียวกับนางใช้ร่วมกัน นับแต่เข้าทำเนอมา นางเป็นผู้เดียวที่ได้ครอบครองความเมตตาจากท่านอ๋องมาตลอด