โจวเล่าอี้ขยี้มือไปมา “ไม่รู้สิ เข้าไปดูเถอะ”
โจวเหล่าต้าเอามือตบหัวเขา “ถอยไปก่อน เกิดไม่มีเล่า คนก็ยังไม่ไป เจ้าร้อนรนอะไร”
โจวเล่าอี้เบ้ปาก “ไม่ร้อนรนได้อย่างไร น้องสามเช่าบ้านเล็กๆ นั่น ทั้งคับแคบทั้งลมโกรก แม่แก่กรนตอนกลางคืน ทั้งบ้านนอนไม่เป็นสุข หนำซ้ำเตียงอิฐก็ไม่อุ่น พวกเราพี่น้องยังพอทน แต่ลูกเมียลำบากแย่ ที่นี่สิถึงอยู่สบาย”
“ทิ้งไว้คืนหนึ่ง ไม่มีทางนอนเฉยแน่”
โจวเหล่าต้าส่ายหน้า “คุณหนูบ้านร่ำรวยเช่นนี้ ระเบียบมากมาย เกรงว่าคงแค่ให้พักค้างแรม”
โจวเล่าอี้แย้ง “ต่อให้แค่ค้างแรม ชื่อเสียงนางก็มัวหมองแล้ว”
เสียงโต้เถียงเอะอะเวียวายดึงดูดความสนใจของชุ่ยอี๋
ชุ่ยอี๋ยกอ่างน้ำ เดินมาพบชายสองคนยืนชะเง้อมองที่หน้าประตู ก็ตวาดทันที “อันธพาลมาจากไหน ทำอะไรของเจ้า”
โจวเหล่าต้าดึงน้องชายหมายจะไป
โจวเล่าอี้รั้นไม่ยอม “พี่ใหญ่ กลัวไอ้บ่าวไพร่นี้ทำไม ต่อไปก็บ่าวของพวกเราเหมือนกัน”
เขาจ้องชุ่ยอี๋ตาโลมเลีย ลูกกะตากลิ้งไปมา “อนาคตก็ให้แม่นางน้อยนี่ปรนนิบัติพี่น้องเรา”
ชุ่ยอี๋ยกอ่างน้ำสาดใส่ทั้งคู่ทันที “เพ้อเจ้ออะไร ไม่อุจจาระส่องหน้าตัวเองบ้างหรือว่าหน้าตาอย่างไร ยังจะให้ย่าสะใภ้ปรนนิบัติอีกรึ แค่เห็นหน้าก็คลื่นไส้แล้ว”
อากาศหนาวเหน็บ ทั้งสองถูกน้ำราดหัว เท่ารดต้นคอ หนาวจนต้องเดินวนเวียนอยู่กับที่
โจวเล่าอี้ถลกแขนเสื้อหมายจะเข้าไปหาเรื่องชุ่ยอี๋