ในห้องหรูของพันจอกเมา เซี่ยอวี๋ถือถ้วยทองคำใบหนึ่งในมือ บนถ้วยทองคำฝังอัญมณีหลากสีหลายเม็ด แวววาวตาไวยิ่งนัก
“เรื่องการริบจวนยังต้องรออีกครึ่งเดือน ครึ่งเดือนให้หลัง ถึงจะกำหนดได้แน่ชัด”
ซู่เหยาหัวเราะเบา ๆ “ท่านพ่อค้าเซี่ยรีบร้อนให้ข้ามา ข้ายังนึกว่าพร้อมจะริบได้ในทันที”
“หรือกำลังผูกใจเจ็บเรื่องคราวก่อน ที่ข้าชนะเงินเจ้า จึงแกล้งให้ข้าเสียเที่ยวมาเปล่า”
เซี่ยอวี๋พลันหัวเราะ “ก็มีส่วนอยู่บ้าง”
นึกถึงเงินหลายหมื่นตำลึงที่ตนพลาดไป เซี่ยอวี๋ก็เจ็บใจจนกัดฟันกรอด
“จริงสิ เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าองค์ชายเก้าจะชนะ เจ้าเก้าผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องข้านิสัยเสียอย่างหมา ปกติไม่แยแสจะร่วมประลองเช่นนี้เลย คราก่อนไม่รู้คิดอย่างไร กลับไม่อดทนแถมยังทุ่มสุดกำลังชิงชัย”
ซู่เหยาหัวเราะน้อย ๆ “แน่นอนว่าข้าเทพยากรณ์”
“เจ้าก็คุยไปเถอะ”
เซี่ยอวี๋หรี่ดวงตาหงส์ลง สีหน้าจริงจัง “เรื่องริบจวนของตระกูลหยวนนั้น ค่อนข้างยุ่งยาก ในแวดวงขุนนาง ซับซ้อนกว่าการค้ามากนัก”
กรมตรวจสอบแม้มีสิทธิ์ถวายฎีกาจากข่าวลือได้ ก็ใช่จะไร้ข้อจำกัด ต้องถ่วงดุลผลประโยชน์รอบด้าน ทั้งยังต้องเสแสร้งทำเป็นสุจริตเคร่งครัดระเบียบ
แม้ผู้มีชาติกำเนิดสูงส่งเช่นเขา แต่เพิ่งเข้ากรมตรวจสอบ ยังเป็นแค่คนหน้าใหม่
ซู่เหยาพิศมองเขา “หมายความว่า ทำพลาดหรือ”
“เป็นไปได้อย่างไร” เซี่ยอวี๋เบะปากไปด้านหนึ่ง เผยความเย่อหยิ่งแต่กำเนิด “ย่อมจัดการสำเร็จแล้ว มิเช่นนั้นเรียกเจ้ามาทำไมเล่า”
“ครึ่งเดือนให้หลัง โย่วสื่อฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาจะออกไปปฏิบัติราชการต่างเมืองพร้อมกัน ข้าจะหาจังหวะเข้าเฝ้าฝ่าบาทโดยตรง แล้วแสร้งอ้างว่าสืบสวน จากนั้นพากันไปตรวจค้นถึงจวน เมื่อถึงตอนนั้นข้าจะบอกว่าไม่คุ้นเคยขั้นตอน ของกลางถูกยึดออกมาแล้ว จะใส่คืนกลับไปได้อย่างไร”