มีเรื่องในใจ ซู่เหยาพักผ่อนไม่ค่อยดีช่วงนี้ แต่หลังจากย้ายออกจากโหวฝู นางอยากนอนนานเท่าไรก็ได้ตามใจ บนเตียงนอนยาวไปจนถึงยามอู่จึงตื่น
ลุกขึ้นมาชำระล้างร่างกาย ขณะกำลังดื่มซุปรังนก นายพันเว่ยก็มาถึง
“เกิดอะไรขึ้น?” ซู่เหยาวางช้อน หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดมุมปาก
นายพันเว่ยยิ้ม “คุณหนูใหญ่ แม่เฒ่าตระกูลโจวไปก่อเรื่องที่โหวฝูแล้ว”
ซู่เหยาชะงัก “การหมั้นหมายยังไม่ทันตกลง นางจะไปก่อเรื่องอะไร?”
นายพันเว่ยหลุบตา กล่าวเสียงเบา “คุณหนูสามตระกูลซูพักอยู่ที่เรือนของโจวมู่หยุนเมื่อคืน”
แล้วเล่าเรื่องที่ซูหมิงจื่อแจ้งทางการ สองพี่น้องตระกูลโจวถูกจับ
“แม่สื่อที่โจวมู่หยุนเชิญมายังอยู่ที่โหวฝู แม่เฒ่าโจวก็หูเบา ถูกสะใภ้สองคนยุให้ไป บอกว่าจะไปข่มเหงสะใภ้ไว้ก่อน”
ซู่เหยาหัวเราะ “ที่แท้ก็เช่นนี้”
ซูหมิงจื่อกับโจวมู่หยุนมีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาแล้ว แม่เฒ่าโจวจึงรู้สึกว่ามีทุนจะข่มเหงสะใภ้
คนตระกูลโจวนี่น่าสนใจจริง
ละครดีเช่นนี้ ย่อมต้องไปดู
“ขอบคุณท่านนายพัน”
ชิวซวงยื่นถุงเงินหนัก ๆ ด้วยสองมือ
นายพันเว่ยมองชิวซวงแวบหนึ่ง รับมา “ขอบคุณคุณหนูใหญ่”
หลังจากนายพันเว่ยจากไป ซู่เหยาเปลี่ยนชุด ไปที่เรือนอู๋หว่านเหนียงก่อน
อู๋หว่านเหนียงกำลังเย็บปักอยู่ในห้อง เด็กสองคนเล่นอยู่ข้าง ๆ เห็นซู่เหยา จ้วงจ้วงพาน้องสาวทำความเคารพอย่างตั้งใจ
“ท่านอาเหยา สวัสดีขอรับ”
หน่วนหน่วนยังพูดไม่ค่อยชัด ก็ทำตามพี่ชายโค้งคำนับ ปากก็ส่งเสียงอ้อแอ้เลียนแบบพี่ชาย