"คุณหนูซู่เหยาอยู่ที่นี่ คนที่ตกน้ำไม่ใช่คุณหนูซู่เหยา!"
"เช่นนั้นสตรีที่ตกน้ำคือผู้ใดกัน?!"
"ข้าก็บอกแล้วว่าไม่ใช่คุณหนูซู่เหยา คุณหนูซู่เหยาผู้สง่างามและรักษามารยาท จะกระทำการอันร้อนรนเช่นนั้นได้อย่างไร"
หว่านซื่อตึงเครียดเสียจนแทบบ้า มือกำเสื้อคลุมขนสัตว์แน่น คลุมศีรษะมิดชิด หวาดผวาว่าจะมีคนจำได้
ขอเพียงปิดบังใบหน้าไว้ ผู้ที่ตกน้ำก็จะไม่ใช่นาง
นางยึดแขนเซวียเยี่ยนฉือไว้แน่น เอ่ยเสียงเบา "ไปเถิด"
เซวียเยี่ยนฉือพลันรู้สึกคลื่นเหียนขึ้นมาฉับพลัน
สตรีในอ้อมแขนของเขา ไม่ใช่ซู่เหยางั้นหรือ?!
หญิงผู้นี้ช่างไร้ความสำรวมเสียจริง ก่อนหน้านี้กอดเขาแน่นหนึบ บัดนี้ยังกล้าออกคำสั่งเขาอีก
เซวียเยี่ยนฉือก่นด่าเบาๆ "อย่าได้ไร้ยางอาย"
หว่านซื่อ "......"
ความอัปยศอดสูที่ไม่เคยมีมาก่อนเอ่อท้นขึ้นในใจ ใบหน้าร้อนผ่าวแดงฉานในพริบตา
ถึงกระนั้นนางก็ไม่กล้าแม้แต่จะขุ่นเคือง หรือแม้แต่จะขยับตัว ได้แต่หวังว่าอีกฝ่ายจะเกิดเมตตากรุณา อุ้มนางพ้นจากฝูงชนไปโดยเร็ว
เซวียเยี่ยนฉือแค่นเสียงเย็นชา โยนคนลงบนพื้น
เสียง "ตึง" ดังขึ้น หว่านซื่อร่วงลงสู่พื้น เจ็บเสียจนสูดลมหายใจ
นางแช่อยู่ในน้ำนานถึงเพียงนั้น หนาวเหน็บและเปียกชุ่มไปทั้งร่าง ถูกเขวี้ยงเช่นนี้ก็แทบจะแหลกสลาย
ถูกเหวี่ยงลงพื้นแล้ว หว่านซื่อสูดลมหายใจแรงสองครั้ง กล้ำกลืนเสียงครางอู้อี้ไว้อย่างยากลำบาก
หลังจากนั้น น้ำตาก็ไหลรินอาบแก้มอย่างไม่มีเสียง
นางไปทำผิดกฎสวรรค์อันใดหรือ เหตุใดจึงต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนี้!
ซู่เหยาเอ่ยพลางยิ้ม "ซื่อจื่อเซวีย เหตุใดจึงโยนคู่หมั้นของตนทิ้งเล่า?"
